• July 31, 2017

    การทำโฆษณาออนไลน์มีโมเดลในการคิดค่าโฆษณาค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละ Platform ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Bing, Youtube และ Platform โฆษณาอื่นๆซึ่งแต่ะละอันจะมีโมเดลที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยหลักๆแล้วจะมีโมเดลในการคิดค่าโฆษณาที่ไม่หนีกันมากนัก

    CPC (Cost per click)

    การคิดค่าโฆษณาต่อการคลิก 1 ครั้ง
    โดยผู้ลงโฆษณาจะเสียเงินเฉพาะเมื่อลูกค้าคลิกที่โฆษณาเท่านั้น เช่นจ่าย 5 บาทต่อการคลิกหนึ่งครั้ง (CPC = 5 บาท) ถ้าโฆษณาไม่ถูกคลิกก็ไม่ต้องเสียเงินแม้ว่าโฆษณาจะแสดงก็ตาม เป็นโมเดลยอดนิยมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายใน Platform ต่างๆไม่ว่าจะเป็น Google, Facebook, Bing โดยปกติแล้ว CPC จะถูกนำไปต่อยอดกับการประมูลพื้นที่โฆษณาเพื่อหาราคาที่ดีสุดที่โฆษณาจะแสดงในตำแหน่งนั้น

    CPM (Cost per Thousand impression)

    การคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงโฆษณาครบ 1,000 impression โดยไม่สนใจว่าจะมีจำนวนการคลิกที่โฆษณากี่ครั้ง
    ตัวอย่าง CPM = 50 บาท คือผู้ลงโฆษณาจะต้องจ่ายเงินเป็นจำนวน 50 บาทเมื่อโฆษณาแสดงครบ 1,000 impression โดยมากแล้วจะใช้กับโฆษณาในรูปแบบ Display พวกป้ายโฆษณาที่แปะตามเว็บไซต์ต่างๆส่วนใหญ่จะใช้โมเดลนี้ในการคิดเงินจากผู้ลงโฆษณา รวมถึง Facebook เองก็ใช่โมเดลนี้เป็น Default ในหลายๆ Objective ด้วยเช่นเดียวกันกับเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google

    CPA (Cost per Acquisition หรือ Cost per action)

    การคิดค่าโฆษณาต่อหนึ่งการกระทำ (Action) ที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์เช่นการสั่งซื้อสินค้า การสมัครสมาชิก การลงทะเบียน การดาวน์โหลดไฟล์ เป็นต้น

    คือผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินเฉพาะเมื่อลูกค้าคลิกโฆษณาเข้าไปในเว็บไซต์แล้วกระทำบางอย่างที่เป็น Conversion เท่านั้น (Conversion คือการสั่งซื้อสินค้า สมัครสมาชิก ลงทะเบียน ดาวน์โหลดไฟล์) สมมุติว่าลูกค้าคลิกที่โฆษณาเข้ามาแล้วแต่ไม่ได้ทำการซื้อสินค้า ผู้ลงโฆษณาก็จะไม่เสียเงินค่าโฆษณา เป็นโมเดลยอดนิยมของบรรดาผู้ให้บริการ Affiliate ทั้งหลายๆ ใครที่ทำ Affiliate น่าจะรู้จักโมเดลนี้เป็นอย่างดี

    ECPC (Enhanced Cost per Click)

    การคิดค่าโฆษณาที่พบได้ใน Google Adwords
    ซึ่งรูปแบบการคิดเงินจะเหมือนกับ CPC ทุกประการ แต่อย่างที่เรารู้กันดีว่าการลงโฆษณาใน Google Adwords เป็นการประมูลเพื่อแย่งชิงพื้นที่ เจ้าโมเดล ECPC ก็จะเข้ามาต่อยอดเพิ่มเติมจาก CPC ปกติด้วยการเพิ่มราคาประมูลให้สูงขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อ Learning machine ของ Google ประเมินว่าผู้ค้นหารายนั้นมีแนวโน้มที่จะเข้ามาสร้าง Conversion ในเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา

    VCPM (View-able Cost per Thousand impression)

    VPCM ถูกต่อยอดมาจากโมเดล CPM เป็นโมเดลการคิดค่าโฆษณาที่กำลังถูกผลักดันจาก Platform ต่างๆทั่วโลกและจะเป็นโมเดลที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เดิมแล้วโมเดล CPM จะคิดค่าโฆษณาจากการแสดงโฆษณาครบ 1,000 impression ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือบางครั้งโฆษณาถูกโหลดขึ้นมาจริง เกิด Impression ขึ้นจริง แต่ผู้ใช้ไม่เห็นโฆษณาเหล่านั้น เนื่องจากบางทีมันอาจจะไปซ่อนอยู่ด้านล่างของเว็บไซต์ หรือ แสดงอยู่ในจุดที่ผู้ใช้ยังเลื่อนจอไปไม่ถึง ทำให้ Impression นั้นเป็นเหมือนการแสดงผลที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ

    โมเดล VCPM จะถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ คือจะนับเฉพาะ Impression ของโฆษณาที่แสดงอยู่ในตำแหน่งที่ผู้ใช้สามารถมองเห็นได้เท่านั้น และตัดเอา Impression ที่ไม่ถูกมองเห็นโดยผู้ใช้จริงๆออกไป

    CPV (Cost per View)

    การคิดค่าโฆษณาต่อการชมวิดีโอหนึ่งครั้ง
    ส่วนมากแล้วจะใช้กับ Platform วิดีโอ เช่น Youtube, Facebook video คิดเงินเมื่อผู้ใช้ดูวิดีโอจนครบเวลาที่ Platform เหล่านั้นกำหนด

    ในฐานะผู้ลงโฆษณาจำเป็นที่ต้องเข้าใจเพื่อที่จะได้ปฏิบัติอย่างเหมาะสมกับ Channel ที่เลือกใช้ จริงๆแล้วยังมีโมเดลในการคิดค่าโฆษณามากกว่านี้ แต่ที่ใช้กันหลักๆก็จะเป็น 6 ตัวด้านบนนี้ โดยปกติแล้ว Platform โฆษณาต่างๆจะมีโมเดลในการคิดค่าโฆษณาอันใดอันหนึ่งใน 6 อันนี้ หรืออาจจะแตกต่างออกไป



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories