• November 4, 2022

    ผัก Nightshade

    กลุ่มผักที่เรียกว่าผักไนท์เฉด (Nightshade) เป็นผักที่แพทย์แนะนำให้ผู้ที่เป็นโรครูมาตอยด์ (ปวดข้อ)หลีกเลี่ยง
    แต่จริงๆ แล้วก็พบว่าไม่ใช่ว่าผู้ที่เป็นรูมาตอยด์ทุกคนที่กินผักกลุ่มนี้แล้วมีอาการ ผู้ที่ไม่ได้เป็นโรครูมาตอยด์กินผักกลุ่มนี้เข้าไปก็ปวดข้อได้เช่นกัน ผักกลุ่มนี้ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขือยาว มะเขือม่วง มะเขือเทศ แตงกวา พริกหวาน แตงโม ฯลฯ
    ผักไนท์เฉด ได้ชื่อนี้ เพราะว่าเจริญเติบโตได้ดี ออกดอก ติดผลดี เมื่อแสงน้อยหรือตอนกลางคืน จุดสังเกตคือ บริเวณขั้วผลจะมีหัวจุกเป็นแผ่นบางๆเกาะอยู่เป็นแฉก มีขนบางๆ เกาะอยู่เช่นกัน ในพืชผักเหล่านี้มี สาร SOLANACEA ซึ่งคนที่แพ้สารนี้กินผักกลุ่มนี้ก็ทำให้เกิดอาการบวม และปวดข้อ ทั้งที่ไม่ได้เป็นโรครูมาตอยด์
    ผักบางชนิดในกลุ่มนี้เป็นผักที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากๆ เช่น มะเขือเทศ บางชนิดเป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกง่าย ปลอดภัย เช่น มะเขือเปราะ มะเขือยาว
    กินได้แต่ให้สังเกตตัวเอง กินแล้วเป็นอย่างไร มีบางคนที่ไม่ได้เป็นโรครูมาตอยด์ แต่จู่ๆ วันหนึ่งเมื่อตื่นในตอนเช้าก็มีอาการบวมที่ข้อเท้า ถัดจากนั้นตามัวแต่พอสายก็เป็นปกติ จึงไม่ได้เอะใจอะไร แต่วันต่อมาอาการปวดข้อยิ่งทวีมากขึ้นๆ แถมปวดหลังจนแทบลุกไม่ขึ้น พบว่า ในช่วง 2 สัปดาห์นั้น เขากินผัดมะเขือเป็นประจำ แทบจะทุกมื้อ แถมวันก่อนมีอาการเพิ่งกินผัดมะเขือจานโต พอทบทวนได้อย่างนั้นก็หยุด หันไปกินอย่างอื่น อาการก็ค่อยๆ ทุเลาลง หรือ บางคนที่แพ้สารนี้ กินน้ำมะเขือเทศจำนวนมากติดต่อกันหลายวันก็อาจมีอาการเช่นกัน

    ข้อแนะนำในการกินผักไนท์เฉดก็คือ อย่ากินซ้ำๆ ติดต่อกันหลายๆ มื้อ ผลัดเปลี่ยนวิธีการปรุง บางครั้งกินดิบ บางครั้งกินสุก บางครั้งต้ม บางครั้งผัด ในช่วงฟื้นไข้ หรือภูมิคุ้มกันต่ำ หากกินผักกลุ่มนี้แล้วมีอาการก็หยุดทันที รอให้ฟื้นตัวดีแล้วค่อยรับประทาน สิ่งสำคัญมากๆ ก็คือ หมั่นสังเกตตัวเอง หมั่นรับรู้ว่าในแต่ละมื้อ แต่ละวัน เรากินอะไรเข้าไป มากน้อยแค่ไหน
    มะเขือมีเมือกที่ช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้ทำงานได้ดี มะเขือเทศมีไลโคปีนที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แต่กินซ้ำๆ ในปริมาณมากๆ ก็ไม่ดีเช่นกัน กินแบบผลัดเปลี่ยน หมุนเวียน ให้หลากหลาย

    อาหารพวกผักสดนั้นสำคัญสำหรับผมมาก เพราะตามสูตรอาหารชีวจิต ขาดผักสดไม่ได้ ผมอายุ 86 แล้วยังแข็งแรง ทำงานทำการได้ก็เพราะกินอาหารตามสูตรชีวจิตมาตลอดเวลา ปฏิบัติตัวอย่างชีวจิตมากว่า 50 ปีแล้ว แต่ตลอดเวลาที่น้ำท่วมหนัก 1 เดือน หาผักสดกินไม่ได้เลย ไปซุปเปอร์มาร์เกตแต่เช้า ซื้อผักก็ไม่ทัน กลุ่มแม่ค้าบางคน เหมาไปหมดเหลือผักชนิดเป็นผล เช่น มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือยาว ผักสดอย่างชนิดเป็นใบๆ ไม่มีเหลือ สุดท้าย ต้อง ผักเป็นผล ผักเป็นหัวเป็นฝัก ได้กินก็ยังดีกว่าไม่กินผักเลย

    ผักที่ผมกินเป็นประจำทุกวันกว่าหนึ่งเดือนก็คือ มะเขือเปราะ แตงกวา บวบ (บางครั้ง) มะเขือยาว ถั่วฝักยาว (บางครั้ง) พริกหยวก (ทำหลน-ทำแกง) และ มะเขือเทศและมันฝรั่ง

    เรายอมรับและทำใจแต่ร่างกายนี่สิครับ เขาไม่ยอมรับ ตอนแรก ผมคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อยู่ๆมันก็เกิดบวมขึ้นมา โดยเฉพาะข้อต่อต่างๆ นิ้ว เท้า ข้อเท้า ข้อศอก ข้อมือ และไหล่หลังปวดด้วย บวมด้วย โดยเฉพาะที่ส้นเท้าใกล้ๆกับจุดร้อยหวาย  หรือ ACHILLES บวมแดง เท้าทั้งเท้ากระดิกเกือบไม่ได้เลย ต่อมาไม่กี่วัน ก็มีอาการไข้อ่อนๆร้อนๆ หนาวๆ มาผสมด้วย แถมยังมีอาการตามัว ซึ่งตอนแรกผมก็คิดว่าคงจะถึงเวลาที่เราต้องไปเปลี่ยนแว่นหรือปรับเลนส์แว่นเสียแล้ว แต่ก็ปรากฏว่าไม่เกี่ยวกับแว่น เพราะตาจะมัวเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า มัวสักครู่ ตอนสาย ๆ ก็หายมัว แต่อาการที่มันร้อน ๆ หนาว ๆ แถมบางครั้งก็ยังมีคันตามตัวนี่ซิ มันเพราะอะไรแน่ ปกติแล้วผมจะคอยดูแลตัวเองค่อนข้างเข้มงวด มีอะไรนิดอะไรหน่อยก็รีบแก้ และโดยเหตุที่คิดว่าเรารู้จักตัวเองดีที่สุด เป็นอะไรตรงไหนก็แก้ตรงนั้น ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่คราวนี้จะเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วและกะทันหันเกินไป จึงแก้ไขสิ่งเล็กๆ น้อยๆอย่างเช่น อาการปวดหรือเจ็บขัดกล้ามเนื้อไม่ได้ ผมใช้วิธีอยู่เงียบๆ นอนพัก แล้วใช้สมาธิพิจารณาดูเหตุการณ์ย้อนหลัง ว่ามีอะไรที่ผิดแปลกเกิดขึ้น นึกออกขึ้นมาทันที ไปตลาดเจอมะเขือม่วงลูกกลมน่ารัก แถมมีมะเขือยาววางอยู่ใกล้ๆ มีพริกและใบโหระพาเหลืออยู่ด้วย ผมมีวิธีผัดมะเขือ จะเอามะเขือลวกน้ำร้อนเสียก่อน แล้วเอาออกแช่น้ำเย็น ต่อจากนั้นเอาสามเกลอ (รากผักชี-กระเทียม-พริกไทย) แถมด้วยพริกขี้หนูตำละเอียดลงผัดน้ำมัน ใส่เต้าเจี้ยวอย่างเม็ด 1 ช้อนโต๊ะผัดจนหอมและร้อน แล้วก็เอามะเขือลงผัดต่อ สุกดีแล้วก็ใส่ใบโหระพาลงไป กินกับข้าวสวยร้อนๆได้จานโตๆ รุ่งขึ้น ผมลุกจากเตียงนอนไม่ได้ ปวดทั้งตัว หลังยังแข็งไปหมด ตาก็มัวมากกว่าเก่า ในคอและปากแห้งเหมือนทราย แถมยังมีอาการไอโขลก ๆ ตอนนั้นนอนสมาธิร่างกายกำลังผ่อนคลายดี มาก ผมนึกถึงเคสคนไข้คนหนึ่งซึ่งมีอาการประหลาดๆ อย่างนี้ ตามอาการ คือ ไขข้ออักเสบ และมีอาการพ่วงหลายอาการเกิดขึ้นพร้อมๆกัน เป็นอาการรวมซึ่งเรียกว่า SJOGREN’s SYNDROME (โซเกร็นส์ ซินโดรม) คนที่มีอาการรวมแบบซินโดรมชนิดนี้ มักจะมีอาการไขข้ออักเสบแบบลูมัสรวมอยู่ด้วย แต่เราไม่เคยเป็นลูมัสหรือ SLE เพราะคนที่เป็นแบบนี้ มักจะเป็นผู้ที่ I.S. หรือ IMMUNE SYSTEM ต่ำมานาน

    ลองพิจารณาดูใหม่ ระยะเกือบปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดกับตัวผมเอง ทำให้ I.S. ต่ำ และในขณะเดียวกัน เหตุการณ์ตอนน้ำท่วมเป็นเหตุการณ์เสริม ทำให้ I.S. ยิ่งตกต่ำเลวมากขึ้น และก็นึกถึงเหตุการณ์เสริมหรือจะเรียกว่าเป็นแฟ็กเตอร์เสริมเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก นั่นก็คือ ผัดมะเขือยาว-มะเขือม่วงจานใหญ่ที่คลุกข้าวกินจนพุงกาง
    จากมะเขือยาว-มะเขือม่วงก็มองย้อนไปถึงผักประเภทเป็นลูกเป็นผลที่กินประจำและกินมากตลอดเวลาเดือนกว่าที่ผ่านมา

    ผักพวกเป็นผลเป็นลูกเหล่านั้น รวมทั้งพริกชนิดต่าง ๆ เป็นพืชอยู่ในตระกูลถั่ว ที่เราเรียกว่า ตระกูล NIGHT SHADE พืชตระกูลนี้มีสารที่ทำให้บางคนเกิดอาการแพ้ และอาการแพ้นั้น อาการโดยตรงก็คือ จะเกิดอาการปวดข้อ ปวดเข่า ปวดเท้าเหมือนกับที่ผมเป็นตอนน้ำท่วมไม่มีผิด และถ้าช่วงเวลาที่เป็นมาตรงกับเวลาที่จิตใจค่อนข้างเครียด I.S. ก็จะตก อาการต่างๆก็จะรวม ทำให้รู้สึกว่าอาการป่วยเล็กน้อยนั้น กลายเป็นอาการป่วยหนักขึ้นมาได้

    สารที่เกิดจากพืชตระกูล NIGHT SHADE นี้ มีสารเป็นพิษที่เรียกว่า SOLANINE ซึ่งอยู่ในตระกูลสารเป็นพิษใหญ่หรือกลุ่มใหญ่ SOLANACEAE (อ่านว่าโซลานาแซ) สารกลุ่มนี้ บางตัวกลิ่นเหม็นมาก เขาเอาไปทำยาฆ่าปลวก ฆ่ามอด เวลามาทาบ้านจะเหม็นไปหมดทั้งบ้านเลย (ไม่ใช่ว่าทุกคนจะแพ้สารจากพืชผักเหล่านี้ เป็นบางคนเท่านั้นที่จะแพ้)

    พืชประเภท NIGHTSHADES
    มีพืชประเภทเป็นหัวและเป็นฝัก ลูกเป็นผล อีกมากมาย ซึ่งมีสาร SOLANINE อยู่ในตัว พืชประเภทนี้ คนไทยเรากินกันเป็นประจำ

    พวกมะเขือ–แตงกวา-ผักเป็นฝัก
    มะเขือเปราะลูกอ่อน ๆ ใช้นิ้วบีบแตกดังเป๊าะ จิ้มน้ำพริก ทำแกงเผ็ด (น้ำเต้าหู้ อย่าใช้กะทิ) พอแกงเดือดก็เอามะเขือเปราะผ่าสี่ใส่ลงไป ผ่านไปสามวัน ปวดน่องเป็นตะคริว ปวดส้นเท้าตรงเอ็นร้อยหวาย เดินไม่ได้ไป หลายวัน เพราะเจ้าโซลานินในมะเขือนี่แหละครับ มันสะสมกันหลายวัน ผสมกับอาหารประเภทคอเลสเทอรอลเลว ๆ  LDL เกาะกันเป็นก้อน ตรงไหนเป็นข้อต่อ มันก็รวมกลุ่มเกาะกันตรงนั้น ยิ่งตรงร้อยหวายแล้ว เจ็บปวดไปทั้งขา

    มะเขือทุกชนิดมีสารโซลานินจากกลุ่มพืชไนท์เชดส์ เวลาทำน้ำพริกกะปิ อาการของข้อต่ออักเสบถามหา มะเขือเทศ มะเขือยาว มะเขือม่วง แตงกวา แตงกวาก็อยู่ในกลุ่มไนท์เชดส์ พูดถึงพริกขี้หนู ซึ่งจริงๆแล้ว พริกทุกชนิด  พริกชี้ฟ้า  พริกหยวก  พริกตุ้ม  พริกหวาน  อยู่ในตระกูลไนท์เชดส์ทั้งนั้นเลย

    ข้าวเหนียวปั้นเปล่าๆ จิ้มปลาร้า ใส่พริกป่นเต็มถ้วย กินได้กินดี กินจนตาแฉะฝ้าฟาง กลายเป็นตามืดตามัว เป็นโรคประจำตัว มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย มีพริก มีมะเขือเท่านั้นหรือ ยังมีอีกมากมาย บวบ เหลี่ยม บวบกลม บวบยาว บวบหัวงู แตงกวา แตงไทย แตงร้าน แตงโมเหลือง แตงโมแดงก็ใช่ทั้งนั้น แต่แตงโม แตงโมเหลืองเหล่านี้พิษสงค่อยยังชั่วกว่าพืชไนท์เชดส์อื่นๆ เพราะในเนื้อแตงโมมีน้ำมาก เจ้าสารโซลานินนี้ก็เลยเจือจางไป

    พืชจำพวกไนท์เชดส์นี่ให้ดูที่เปลือก ที่ก้าน และที่หัวจุกติดกับก้านของมัน ที่ก้านตรงหัวจะมีขน ที่จุกก็จะมีขนเหมือนกัน ต่อจากก้านมาที่จุก จะมีหัวจุกแผ่นบาง ๆ เป็นแฉกเกาะอยู่ ตรงนี้ก็มีขนบาง ๆ เกาะอยู่เช่นกัน ว่ากันว่าตรงขั้วแฉกที่เป็นของเหล่านี้แหละที่เป็นต้นตอขับสารโซลานิน ออกมา เมื่อขับออกมา แล้วมันก็จะหมุนเวียนไปทั่วลูกและผล หรือตามความยาว ความกว้างของตัวพืช เข้าใจว่าถ้าเราไม่กินดิบ แต่ต้มหรือทำให้สุกเสียก่อน สารโซลานินจะลดลงบ้าง

    พืชต่างๆที่จัดว่าเป็นพวกไนท์เชดส์นั้น มีอยู่ด้วยกันกว่า 1,700 ชนิด มีทั้งพวกพืชสมุนไพร แถมยังต้นไม้อีกหลายชนิดที่มีขนที่ใบ ขนที่ก้าน และไม่ใช่แต่เป็นพืชบนดินอย่างเดียว ผลที่อยู่ใต้ดินก็ยังอุตส่าห์ไปเข้าพวกไนท์เชดส์กับเขาด้วย เช่น มันฝรั่ง เพราะฉะนั้นก็เกี่ยวกับพืชชนิดหัว-ผล-ลูก และฝัก ทั้งบนดินและใต้ดิน

    กลุ่มแพทย์ของอเมริกา ซึ่งมีนายแพทย์เจย์สัน เทโอดอร์ช– เกิส แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์อริโซนา และกลุ่มนักโภชนาการได้ทำการทดลองกินอาหารพวกพืชจำพวกไนท์เชดส์นี้ และยืนยันกันอย่างหนักแน่นว่า การกินพืชประเภทไนท์เชดส์ไม่มีอันตราย ก็คงถูกต้องตามคำบอกเล่าของท่านเหล่านี้ แต่จากการติดตามศึกษาดูสภาพการกินแบบของไทยเรา ได้พบความจริงอย่างหนึ่งว่า การกินพืชพวกไนท์เชดส์ของคนไทยนั้นกินมากกว่าฝรั่งมากมาย และเราชอบกินกันดิบๆ เพราะรสชาติอร่อยกว่ากินสุก***********

    ผักและพืชประเภทไนท์เชดส์ (NIGHT-SHADES)
    กินพวกผักประเภทมะเขือ แตงกวา ฯลฯ แล้วจะเป็นโทษแก่ตัวเราจริงหรือเปล่า?
    1.กลุ่มนายแพทย์ทีโอดอร์ซาดิส แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์อริโซนา
    อย่าไปเชื่อมัน กินเข้าไปเถอะ ผักพวกไนท์เชดส์นี้ไม่มีอันตรายอะไร
    2.อาจารย์นายแพทย์เจมส์ บัลช์ แห่งมหาวิทยาลัยแพทย์อินเดียนา
    “ระวังให้ดี ถ้าคุณเป็นคนที่แพ้สารโซลานินในพืชกลุ่มไนท์เชดส์ ต้องระวังว่าคุณจะป่วย มีอาการของข้อต่ออักเสบอย่างแรง (ACUTE ARTHRITIS)
    3. สาทิส อินทรกำแหง
    ต้องดูที่สภาพของร่างกายและวิธีที่คุณกินผักพวกนี้ด้วย ถ้าระวังตัวให้ดี กินเข้าไปเถอะครับ ไม่เป็นไร ถ้ากินผิดกาลเทศะ รับรองข้อต่อ อักเสบเล่นงานแน่ อย่างที่ผมกำลังเป็นจนเดินเกือบไม่ได้อยู่นี่แหละ

    การทดสอบของอาจารย์ทีโอดอร์ซาดิส เป็นการสอบถามจากคนไข้หลาย ๆ ท่านว่า กิน พวกพืชไนท์เชดส์เหล่านี้เข้าไปแล้ว มีอาการอย่างไร หรือเปล่า การทดสอบแบบนี้ไม่ได้ทำกันอย่างจริงจัง และคนไข้หลายคนของท่านอาจจะเป็นคนไข้ประเภทที่ไม่ชอบกินผักหรือพืชประเภทไนท์เชดส์ พิษของสารโซลานินยังไม่สะสมในร่างกายมากนัก โทษของมันจึงยังไม่ปรากฏให้เห็น
    แต่จากการทดสอบของอาจารย์บัลช์ ทำกันอย่างจริงจังมากกว่านักโภชนาการตามแนวทางวิทยาศาสตร์ทางอาหาร ซึ่งอยู่ในกลุ่มของท่านไปศึกษาการบริโภคอาหารทางภาคใต้ของอเมริกา และเลยไปถึงอเมริกาใต้อย่างเม็กซิโกและเปรู ซึ่งบริโภคอาหารประเภทไนท์เชดส์กันมาก เช่น อาหารพวกมันฝรั่ง, มันเทศ, มันสำปะหลัง พบว่าพวกที่ชอบบริโภคพืชกลุ่มไนท์เชดส์เหล่านี้ มีอาการข้อต่ออักเสบ เป็นปริมาณมากกว่า 50%

    ข้อสังเกตที่น่าสนใจ กลุ่มผู้บริโภคพืชประเภทไนท์เชดส์มากนี้ เป็นผู้ที่มีฐานะยากจน (อาหารอะไรที่เสาะหาได้ง่ายและมีมวลหรือเนื้อมากๆ ผักจะมีราคาถูกกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์) ทีนี้ก็มาถึงข้อสังเกตของนายสาทิส

    ถ้าเรารู้จักวิธีกินผักพวกไนท์-เชดส์จะไม่มีอันตรายอะไรเลย แต่ถ้ากินอย่างลวก ๆ หรือกินผิดกาลเทศะ จะเกิดโทษอย่างมากมาย ลองดูตามลักษณะและวิธีกินของผมตอนนั้นดูนะ ผมเป็นคนชอบกินผัก แต่ตอนที่เกิดอาการข้อต่ออักเสบขึ้นมา เป็นช่วงเวลาที่ผมเพิ่งฟื้นไข้จากการผ่าตัดใหม่ๆ แฟคเตอร์ข้อหนึ่งล่ะ ตอนนั้นร่างกายผมอ่อนแอมาก ๆ  I.S. หรือ IMMUNE SYSTEM อยู่ในระดับต่ำเกือบถึงศูนย์ อีกข้อพอร่างกายเริ่มฟื้นกินอาหารได้ก็ถึงช่วงเวลาน้ำท่วมใหญ่พอดี ผมอยู่คนเดียวต้องทำอาหารกินเอง ไปตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เกตหาซื้อผักใบ ๆ ไม่มีเหลือเลย มีแต่พืชประเภทเป็นลูก ๆ เช่น มะเขือ แตงกวา บวบ ต้องกินผักประเภทไนท์เชดส์เป็นหลักและเป็นเวลานานอยู่ทุกวัน รวมทั้งการที่ขาดการปฏิบัติตัวที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง คือ การออกกำลังกาย เมื่อไม่ได้ออกกำลังกายเป็นเดือนๆ การหมุน เวียนของระบบต่างๆในร่างกาย (METABOLISM) ก็เลวลง เหมือนรถยนต์จอดทิ้งไว้นานๆ

    พืชไนท์เชดส์

    1.พืชผักประเภทไนท์เชดส์ บางประเภทมีโปรตีน เช่น มันฝรั่ง มันไข่ มันเทศ เลือกกินหลาย ๆ อย่างคละกันไป อย่ากินแต่ผักประเภทไนท์เชดส์อย่างเดียว (มันม่วง เป็น มันเทศ ประเภทหนึ่ง ชื่อเต็ม มันเทศม่วง)
    2.อย่ากินสดๆ แต่ให้สลับกันสด ๆ บ้าง สุก ๆ บ้าง (ต้ม-ผัด) บ้าง
    3.ให้ดูสภาพของร่างกาย  ถ้ากำลังป่วย  หรือเพิ่งฟื้นไข้ หรือแน่ใจว่า IMMUNE SYSTEM กำลังตกต่ำ งดพวกอาหารไนท์เชดส์
    4.ถ้าคิดว่าเริ่มมีอาการของข้อต่ออักเสบ หยุดกินอาหารประเภทไนท์เชดส์ และกำจัดท็อกซินออกจากร่างกาย เช่น ทำดีทอกซ์ คุมอาหาร (ใช้สูตรอาหารชีวจิต) และออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ

    แนะนำให้กินวิตามินกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนต์ (วิตามิน A, C, D, E อย่างละ 1 เม็ด ต่อวัน 2 อาทิตย์ แถมด้วย NIACIN (500 mg.) และ ZINC อย่างละ 1 เม็ดด้วย

    บางคนมีอาการข้อต่ออักเสบอ่อนๆ แต่ปล่อยไว้นานไม่ดูแลตัวเองให้ดี  เลยกลายเป็นโรคลูปัส (SLE)

    พืชประเภทไนท์เชดส์
    กินประเภทนี้อย่างเดียว โดยไม่กินผักหรือพืชอย่างอื่นด้วย มีโอกาสที่สารโซลานินจะสะสมอยู่ในร่างกายมากๆ และเมื่อถึงระยะหนึ่งที่ร่างกายของคุณอ่อนแอ (I.S. ในร่างกายต่ำ) อาการข้อต่ออักเสบหรือ ARTHRITIS ก็จะลุกลามกำเริบทันที “โรคซึ่งเป็นโรคนี้ มียารักษา” แต่ “โรคซึ่งไม่ใช่โรค ไม่มียารักษา”



เวอไนน์ไอคอร์ส




ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!



เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories