เคสของ Google Argentina (google.com.ar) ที่หลุดไปในปี 2021 เป็นหนึ่งในเรื่องฮือฮาที่สุดในวงการโดเมนเนมเลยครับ และคำตอบคือ “ไม่ได้หลุดแล้วหลุดเลย” ครับ Google สามารถดึงกลับมาได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
เหตุผลที่เอากลับคืนมาได้ ไม่ใช่เพราะ Google ใช้มาเฟียหรืออำนาจมืดข่มขู่ แต่เกิดจาก ข้อผิดพลาดของระบบ และกฎหมายควบคุมโดเมน ของประเทศอาร์เจนติน่าเอง โดยสรุปเหตุการณ์และเหตุผลที่เอากลับมาได้ มีดังนี้ครับ:
1. โดเมนไม่ได้หมดอายุจริง (ระบบเอ๋อ)
คนทีี่กดซื้อไปได้คือหนุ่มดีไซเนอร์ชาวอาร์เจนติน่าชื่อ Nicolas Kuroña เขาเล่าว่าคืนนั้นเขาเข้าเว็บ NIC Argentina (หน่วยงานรัฐที่ดูแลโดเมน .ar ของอาร์เจนติน่า) เพื่อจะหาซื้อโดเมนทำเว็บทั่วไป แต่ลองพิมพ์ google.com.ar เล่นๆ แล้วระบบดันขึ้นสถานะว่า “ว่าง/สามารถซื้อได้” ในราคาแค่ประมาณ 270 เปโซ (ประมาณ 90 กว่าบาทในตอนนั้น) เขาเลยกดซื้อและจ่ายเงินผ่านระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ความจริงคือ Google ได้จ่ายเงินต่ออายุล่วงหน้าไปแล้ว (โดเมนจะหมดอายุเดือนกรกฎาคม 2021 แต่เหตุการณ์นี้เกิดตอนเดือนเมษายน) เกิดบั๊กหรือความผิดพลาดร้ายแรงในระบบฐานข้อมูลของ NIC Argentina ที่ไปลบชื่อ Google ออกจากระบบดื้อๆ จนทำให้ระบบมองว่าเป็นโดเมนว่าง
2. รัฐบาลมีอำนาจสั่ง “ระงับและเพิกถอน” ได้ทันที
เนื่องจาก NIC Argentina เป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของรัฐบาลอาร์เจนติน่า เมื่อเกิดเคสที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางไซเบอร์และการใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนทั้งประเทศ (เพราะพอโดเมนเปลี่ยนมือ เว็บ Google ในอาร์เจนติน่าก็เข้าไม่ได้ทันที) ทางเจ้าหน้าที่ระดับสูงจึงสั่ง “ระงับสิทธิ์ชั่วคราว” ของนาย Nicolas ทันทีเพื่อตรวจสอบ
เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า:
- Google มีหลักฐานการครอบครองและจ่ายเงินอยู่ก่อนแล้ว
- เกิดจากความผิดพลาดของระบบราชการเอง
หน่วยงานรัฐจึงใช้สิทธิ์ทางกฎหมายในการ ยกเลิกธุรกรรม (Void) ของนาย Nicolas โดยคืนเงินค่าซื้อให้ และโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของกลับคืนให้ Google ทันทีในคืนนั้นเลย
นาย Nicolas โดนฟ้องหรือได้เงินชดเชยไหม?
- ไม่โดนฟ้อง: เพราะเขาทำตามขั้นตอนของระบบทุกอย่าง ไม่ได้ไปแฮกเกอร์ระบบเพื่อขโมยมา เขาแค่เห็นมันว่างเลยกดซื้อ
- ไม่ได้เงินก้อนโต: เขาได้คืนแค่เงินค่าโดเมน 270 เปโซที่จ่ายไปเท่านั้น ไม่ได้รับเงินค่าปิดปากหรือค่าชดเชยใดๆ จาก Google เพราะทางกฎหมายถือว่าธุรกรรมนั้นเป็นโมฆะตั้งแต่แรกเนื่องจากระบบทำงานผิดพลาด
เคสนี้เลยกลายเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของหน่วยงานลงทะเบียนโดเมนทั่วโลก ว่าระบบฐานข้อมูลของโดเมนระดับประเทศ (ccTLD) ต้องมีความเสถียรและปลอดภัยมากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้บั๊กตัวเดียวทำให้โดเมนระดับโลกหลุดออกมาให้ใครก็ได้กดซื้อครับ