• September 22, 2018

    พูดถึง internet marketing หรือ internet business คนจะนึกถึงการทำ Ads, AdSense, Affiliate นานาชนิด ฯลฯ รายได้ดังกล่าวเป็น passive income ที่ดึงดูดคนให้อยากหันมาทำ internet marketing กันมาก แต่ส่วนตัวผมเห็นว่ารายได้แบบนี้มีความมั่นคงน้อยเพราะเราอาศัย platform ของคนอื่นในการทำเงินและเก็บเกี่ยวยอดจากค่า commission

    จริงๆ Amazon ก็ยังถือเป็น affiliate ที่น่าทำมากที่สุดเพราะความหลากหลายของสินค้าสามารถทำ monetize ได้ทั้งสายปั่นและสายคุณภาพ แต่อย่างที่เห็นว่ามันแบนแหลกแม้แต่เว็บคุณภาพก็มีคนโดนแบนมาแล้ว มี account มา 5 ปีก็โดนแบนมาแล้ว เหล่านี้คือความเสี่ยงที่ผมไม่อยากยึด 3rd party platform เป็นรายได้หลักของเว็บและผมยกให้การสร้างและมีสินค้าและบริการหลักของตนเองเป็น priority ของเจ้าของเว็บ/บล็อก

    ทีนี้พอพูดถึงการมีสินค้าและบริการคนจะกุมขมับว่าแล้วฉันจะขายอะไร ลำพังความรู้ ความสามารถ หรืองานฝีมืออะไรก็ไม่มี …แต่ส่งที่คนหลายคนมองข้ามไปว่าเกือบทุกคนมี core knowledge ในตัวเองผ่านงานประจำที่ทำ

    งานประจำคือสุดยอดสถานศึกษาที่จ่ายเงินเพื่อให้คุณมีความรู้

    ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ที่คุณทำงาน ประสบการณ์และความรู้คุณจะเพิ่มสูงขึ้นจนกลายเป็น niche ผมกล้าพูดได้ว่าความรู้ของพนักงานอาจมากเทียบเท่าเจ้าของบริษัท ยกตัวอย่าง

    มิตรสหายท่านหนึ่งจากแผนก Butchery:
    ช่างตัดแต่งเนื้อ (butcher) มีความรู้ในการตัดเนื้อ รู้ว่าส่วนไหนนุ่ม ส่วนไหนอร่อย ส่วนไหนเอาไปขายเป็นซากได้ และรู้ว่าแบบไหนขายดี ลูกค้าชอบกินแบบไหน ความรู้เหล่านี้เป็นความรู้ที่มีราคาสูงมาก ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ผมเคยทำงาน เวลามีประชุมพัฒนาธุรกิจ เจ้าของบริษัทจะเรียก Butcher ขึ้นมาร่วมคุยด้วย เพราะ butcher คือคนที่รู้ว่า เนื้อตัวไหนทำเงิน

    ต่อมา เมื่อผมมีโอกาสได้ย้ายไปทำแผนกนำเข้าเนื้ออีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนขายส่ง ไม่มี Butcher แล้วมันทำให้ผมมืดแปดด้าน เพราะการสั่งเนื้อเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก ตอนนั้นผมนึกถึง Butcher ผมคิดว่าถ้าเขาเขียนหนังสือหรือมี e-book ผมจะขอซื้อจากเขา เพราะผมไม่มีความรู้แต่งานมันบีบให้ผมต้องรู้และต้องรู้โดยด่วนด้วย

    ถ้าคุณนำตัวอย่างดังกล่าวมาคิดตามว่าในประเทศไทยอาจจะมีคนมากมายขนาดไหนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ต้องการ information ด่วน ไม่ว่าจะเป็น

    อยากรู้เรื่องวิธีซื้อขายเนื้อ
    อยากรู้วิธีเขียนแผนธุรกิจ
    อยากรู้วิธีสอบบัญชี
    อยากรู้วิธีกู้เงินธนาคาร
    อยากรู้วิธีทำเว็บไซต์
    อยากรู้วิธีปลูกบอนไซ
    ฯลฯ

    ความอยากรู้เหล่านี้ถ้าลองค้นใน internetไทย จะพบว่าบางอย่างมันไม่ค่อยมี เมื่อข้อมูลมันหายาก หรือ scarce มันก็มีมูลค่า อันนี้คือหลักเศรษฐศาสตร์พื้นๆ scarcity = higher value นั่นคือที่มาของคำว่า information product หรือสินค้าที่เกี่ยวกับข้อมูล ซึ่งเป็นสินค้าที่จัดว่าขายดีอันดับต้นๆของโลก ซึ่งหลายท่านน่าจะทราบแล้วว่าสินค้าที่ทำรายได้ให้ amazon แบบก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมาคือ information product ในรูปของ kindle e-book

    Information เหล่านี้ล้วนมาจากทรัพยกรภายใน นั่นคือประสบการณ์และความรู้ที่ผู้เขียนสะสมผ่านงานประจำในสาขาอาชีพต่างๆเช่น นักบัญชี, ผู้นำเข้า, นักการเงิน, นักขาย, นักออกแบบกราฟฟิก, ช่างภาพ ฯลฯ

    Information Product ไม่ใช่เรื่องใหม่และมันขายได้

    บางคนอาจจะรู้สึกแปลกๆกับการขายความรู้แบบ digital ด้วย e-book,  clip และ audio แต่จริงๆการขายความรู้มีมานานแล้วและมันเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดีในกลุ่มคนไทย

    ย้อนกลับไปในอดีต หนึ่งในอาชีพที่ทำเงินดีมากๆและคนผันตัวไปทำกันเยอะนั่นคือ ติวเตอร์… ครูก็ไปเป็นติวเตอร์ บัณฑิตใหม่ก็ไปเป็นติวเตอร์ หมอก็ไปเป็นติวเตอร์ วิศวกรก็ไปเป็นติวเตอร์สอนเทคนิคสอบเป็นวิศวะ! —ทั้งหมดนี้คือการขายความรู้ แต่เทคโนโลยีมันทำให้การขายความรู้มันติดปีก จากการเช่าคูหาเปิดห้องสอนเป็นสอนในรูปของ digital download ฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าการขายความรู้แบบ information product มันเป็นเรื่องแปลกหรือเรื่องใหม่ คนไทยทำมานานแล้วเพียงแต่รูปแบบมันเปลี่ยนไป

    by careeralive thaiseoboard.com



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories


Uncategorized