ถ้าถามใจคนไทยทั้งประเทศ ทุกคนอยากให้รื้อคดีแน่นอนครับ แต่ถ้าให้วิเคราะห์กันตาม “หลักข้อกฎหมายและหน้าเสื่อของดีเอสไอ (DSI) ในปัจจุบัน (มิถุนายน 2569)” แบบตรงไปตรงมา ชัดๆ เนื้อๆ โอกาสมีเท่าไหร่ และจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แยกออกมาได้แบบนี้ครับ:
💡 โอกาสในการรื้อคดี: มีประมาณ 30-40% (ยากแต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้)
ทำไมถึงให้ตัวเลขเท่านี้? เพราะในทางกฎหมายไทย การจะรื้อคดีอาญาที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว (ฝั่งที่ยกฟ้องแซน, กระติก, กุนซือภีม เมื่อปี 2568) ถือเป็นเรื่องที่ ยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขา กฎหมายไทยจะยอมให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขหลักคือ “ต้องมีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้ง” ที่ไม่เคยปรากฏในสำนวนเดิม และหลักฐานนั้นต้องมีน้ำหนักมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินจากหน้ามือเป็นหลังมือได้
จุดที่จะเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) มีอยู่ 2 ทางเลือก:
ทางเลือกที่ 1: ดีเอสไอพิสูจน์ได้ว่า “เป็นคดีฆาตกรรม” (ไม่ใช่ประมาท)
ถ้าหลักฐานเรื่องบาดแผลใหม่ (แผลลึกรูกระสุนหรือของมีคมที่ไม่ใช่ใบพัด) และพิกัด GPS/แชตมือถือ ที่ดีเอสไอกำลังทำอยู่ตอนนี้ ชี้ชัดว่าเหตุการณ์บนเรือมีการทำร้ายร่างกายอย่างทารุณจนถึงแก่ชีวิต มันจะเปลี่ยนจาก “คดีอุบัติเหตุจากความประมาท” กลายเป็น “คดีฆาตกรรม/ทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย” ทันที
- ในทางกฎหมาย ถือว่าเป็นคนละข้อหาและคนละการกระทำ คดีฆาตกรรมนี้จึงเป็นคดีใหม่ที่ไม่ซ้ำซ้อนกับคดีเดิม สามารถฟ้องร้องคนบนเรือใหม่ได้เลยโดยไม่ต้องสั่งรื้อคดีเก่า
ทางเลือกที่ 2: เอาผิด “ตำรวจชุดแรก” ข้อหาทำสำนวนปลอม
หากดีเอสไอส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. แล้วชี้มูลความผิดได้ว่า ตำรวจชุดทำคดีตอนแรกมีการ บิดเบือน พิมพ์ลายนิ้วมือปลอม หรือสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนบนเรือ คำพิพากษาเดิมที่เคยยกฟ้องไปจะถือว่าตั้งอยู่บนฐานของ “สำนวนที่มิชอบด้วยกฎหมาย” ศาลอาจจะยอมรับคำร้องขอรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้
⏳ แล้วจะเกิดขึ้น “เมื่อไหร่”?
ถ้าดูจากสปีดการทำงานของดีเอสไอที่เพิ่งระดมหมอความและแพทย์นิติเวชเข้ามาให้ข้อมูลในเดือนนี้ (มิถุนายน 2569) ไทม์ไลน์ที่น่าจะเป็นไปได้มีดังนี้ครับ:
| ช่วงเวลา (คาดการณ์) | ขั้นตอนและเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น |
| ปลายปี 2569 | ดีเอสไอสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.: ดีเอสไอน่าจะรวบรวมหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ (เรื่องแผลและพิกัดเรือ) เสร็จสิ้น แล้วส่งต่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำสำนวนมิชอบ |
| กลางปี – ปลายปี 2570 | ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด: กระบวนการของ ป.ป.ช. มักใช้เวลาประมาณ 6-12 เดือนในการไต่สวนข้าราชการระดับสูง หาก ป.ป.ช. ชี้มูลว่าตำรวจมีความผิดจริง จุดนี้จะเป็น “ใบเบิกทาง” สำคัญ |
| ปี 2571 เป็นต้นไป | การส่งฟ้องคดีใหม่/ขอรื้อคดี: อัยการพิเศษหรือดีเอสไอถึงจะนำหลักฐานทั้งหมด ยื่นฟ้องคนบนเรือใหม่อีกครั้งในข้อหาที่หนักขึ้น (เช่น ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย) หรือยื่นขอรื้อฟื้นคดีเก่า |
สรุปแบบตรงๆ :
ปัจจุบันคดีแตงโมยังมี อายุความเหลืออีกประมาณ 11 ปี (จาก 15 ปี) เวลาในทางกฎหมายยังมีถมเถครับ แต่ความท้าทายไม่ใช่เรื่องเวลา แต่คือ “ความกล้าหาญของดีเอสไอ” ว่าจะกล้าหักหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยการชี้ว่าสำนวนแรกเป็น “ของปลอม” หรือไม่
หากดีเอสไอทำได้จริง เราน่าจะได้เห็นความชัดเจนว่าจะได้สู้กันในศาลอีกรอบอย่างเร็วที่สุดคือ ช่วงปลายปี 2570 ถึงต้นปี 2571 ครับ และนั่นจะเป็นภาคต่อของมหากาพย์ที่คนบนเรืออาจจะนอนไม่หลับอีกรอบครับ