สำหรับการเขียนบทความบนเว็บไซต์ ไม่มีกฎตายตัวว่าต้องมีกี่บรรทัดหรือกี่ตัวอักษรครับ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “วัตถุประสงค์” และ “กลุ่มเป้าหมาย” ของบทความนั้นเป็นหลัก เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนและนำไปปรับใช้ได้ง่าย สามารถแบ่งขนาดของบทความตามวัตถุประสงค์ออกเป็น 3 ระดับหลัก ๆ ดังนี้ครับ
1. บทความขนาดสั้น (Short-form Content)
- ความยาวประมาณ: 300 – 600 คำ (ประมาณ 1,200 – 2,500 ตัวอักษรภาษาไทย)
- เหมาะสำหรับ: * การแจ้งข่าวสาร อัปเดตโปรโมชัน หรือกิจกรรมของบริษัท
- บทความตอบคำถามสั้น ๆ แบบตรงประเด็น (เช่น FAQ)
- เนื้อหาที่เน้นให้คนอ่านจบอย่างรวดเร็วบนมือถือ
- ข้อดี: เขียนง่าย ใช้เวลาไม่นาน อ่านจบไว เหมาะกับพฤติกรรมคนยุคปัจจุบันที่ไม่ชอบอ่านอะไรยาว ๆ
2. บทความขนาดกลาง (Standard / Medium-form Content)
- ความยาวประมาณ: 600 – 1,200 คำ (ประมาณ 2,500 – 5,000 ตัวอักษรภาษาไทย)
- เหมาะสำหรับ:
- บทความให้ความรู้ทั่วไป (How-to) แนะนำความรู้ทีละสเต็ป
- การรีวิวสินค้าหรือบริการที่มีรายละเอียดพอสมควร
- บทความบล็อก (Blog Post) ที่แชร์ประสบการณ์หรือมุมมอง
- ข้อดี: เป็นระยะที่กำลังดีสำหรับ SEO (Search Engine Optimization) เพราะยาวพอที่ Google จะเข้าใจว่าเนื้อหามีประโยชน์ และไม่ยาวเกินไปจนคนอ่านเบื่อก่อนจบ
3. บทความขนาดยาว (Long-form Content / Ultimate Guide)
- ความยาวประมาณ: 1,500 – 3,000 คำขึ้นไป (ประมาณ 6,000 – 12,000 ตัวอักษรภาษาไทยขึ้นไป)
- เหมาะสำหรับ:
- คู่มือแบบเจาะลึก (Ultimate Guide) เรื่องใดเรื่องหนึ่งชนิดที่อ่านจบแล้วทำตามได้เลย
- บทความเชิงวิชาการ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือบทความที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือสูง (Thought Leadership)
- ข้อดี: Google ชอบบทความประเภทนี้มากหากเนื้อหาดีจริง เพราะแสดงถึงความเชี่ยวชาญ (Authority) และมักจะติดอันดับหน้าแรกในคำค้นหาที่มีการแข่งขันสูง
💡 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการเขียนบทความบนเว็บไซต์
แทนที่จะโฟกัสที่ “จำนวนตัวอักษร” แนะนำให้ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้แทนครับ:
- เน้น “คุณค่า” ไม่เน้นน้ำ: เขียนให้กระชับ ได้ใจความ ตรงประเด็น การเขียนยาวแต่มีแต่น้ำจะทำให้คนกดปิดเว็บไซต์หนี (Bounce Rate สูง) ซึ่งส่งผลเสียต่อ SEO
- เน้น “ความอ่านง่าย” (Readability): คนอ่านบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือจะล้าสายตาง่าย
- ไม่ควรเขียนเป็นย่อหน้ายาว ๆ ติดกันเป็นตับ (ย่อหน้าหนึ่งควรมีแค่ 3-4 บรรทัดพอ)
- ใช้ หัวข้อย่อย (Headings – H2, H3) เพื่อแบ่งเนื้อหาเป็นส่วน ๆ
- ใช้ ตัวหนา ในคำสำคัญ และใช้ Bullet Points (•) สำหรับรายการเด่น ๆ เพื่อให้คนอ่านสามารถสแกนสายตาดูได้ง่าย
สรุป: เลือกความยาวให้ตอบโจทย์สิ่งที่คนอ่านกำลังค้นหาครับ ถ้าเขาอยากรู้เรื่องด่วน ๆ เขียนสั้น ๆ ให้ตรงประเด็นดีที่สุด แต่ถ้าเขาต้องการศึกษาเรื่องยาก ๆ เขียนยาวแบบเจาะลึกจะตอบโจทย์ที่สุดครับ