• November 9, 2023

    ต้องเปิดบลูทูธ

    AirTag ใช้ Bluetooth Low Energy (BLE) เพื่อส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายค้นหาของฉัน (Find my) อุปกรณ์เหล่านี้จะรวบรวมตำแหน่งของ AirTag และส่งไปยัง iCloud จากนั้นเจ้าของ AirTag จะสามารถเห็นตำแหน่งนั้นบนแอปค้นหาของฉัน

    หากปิดบลูทูธบน iPhone อุปกรณ์จะไม่สามารถตรวจจับ AirTag ได้ จึงไม่สามารถส่งตำแหน่งของ AirTag ไปยัง iCloud ได้

    นอกจากนี้ เครือข่ายค้นหาของฉัน (find my ) ยังใช้ Bluetooth เพื่อช่วยให้ผู้อื่นสามารถค้นหา AirTag ที่สูญหายได้ หากพบ AirTag อุปกรณ์ที่ใช้ iOS หรือ iPadOS 14.5 หรือใหม่กว่าจะส่งการแจ้งเตือนไปยังเจ้าของ AirTag และผู้ที่มี AirTag ใกล้เคียง

    ดังนั้น หากต้องการใช้ AirTag ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเปิดบลูทูธบน iPhone อยู่เสมอ

    การเปิด Lost mode ทำให้ airtag ส่งเสียงดังทุกครั้งที่มีอุปกรณ์ apple อยู่ใกล้ๆ คนที่พบสามารถ scan ข้อมูลผ่านแอป find my จะแสดงเบอร์ให้ติดต่อกลับไปยังเข้าของได้ โหมดนี้ทำให้เปลืองแบตเตอรี่ของ airtag เพราะจส่งเสียงเรื่อยๆ เมื่อมีอุปกรณ์ apple อยู่ในระยะ

    ระยะ Bluetooth แบบ BLE ของ airtag ไกลเท่าไร

    AirTag ใช้ Bluetooth Low Energy (BLE) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไร้สายระยะใกล้ (Near Field Communication: NFC) ระยะการส่งสัญญาณของ BLE โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 10 เมตร หรือ 30 ฟุต แต่อาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและปัจจัยอื่นๆ เช่น สิ่งกีดขวางระหว่าง AirTag และอุปกรณ์ที่ตรวจจับ AirTag
    Apple ระบุว่า AirTag สามารถตรวจจับได้ในระยะสูงสุด 100 เมตร หรือ 330 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่ง แต่อาจลดลงเหลือประมาณ 30 เมตร หรือ 100 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งกีดขวาง เช่น อาคารหรือป่าไม้
    เครือข่ายค้นหาของฉันสามารถช่วยเพิ่มระยะการติดตาม AirTag ได้ โดยอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายจะส่งข้อมูลตำแหน่งของ AirTag ไปยัง iCloud เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้อยู่ใกล้กับ AirTag ข้อมูลตำแหน่งนี้จะถูกส่งไปยังเจ้าของ AirTag บนแอปค้นหาของฉัน
    ดังนั้น ระยะการติดตาม AirTag จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงสภาพแวดล้อม สิ่งกีดขวาง และจำนวนอุปกรณ์ในเครือข่ายค้นหาของฉัน

    ระยะ bluetooth ของ iphone11

    iPhone 11 รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 5.0 ซึ่งให้ระยะการส่งสัญญาณสูงสุด 100 เมตร หรือ 330 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่ง แต่อาจลดลงเหลือประมาณ 30 เมตร หรือ 100 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งกีดขวาง เช่น อาคารหรือป่าไม้
    อย่างไรก็ตาม ระยะการส่งสัญญาณของ Bluetooth ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น กำลังส่งของอุปกรณ์ ความแรงของสัญญาณรบกวน และสภาพแวดล้อม ระยะการส่งสัญญาณที่แท้จริงของ iPhone 11 อาจแตกต่างกันไป
    สำหรับการใช้งาน AirTag กับ iPhone 11 ระยะการส่งสัญญาณสูงสุดจะอยู่ที่ประมาณ 100 เมตร หรือ 330 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่เปิดโล่ง แต่อาจลดลงเหลือประมาณ 30 เมตร หรือ 100 ฟุต ในสภาพแวดล้อมที่มีสิ่งกีดขวาง
    เครือข่ายค้นหาของฉันสามารถช่วยเพิ่มระยะการติดตาม AirTag ได้ โดยอุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายจะส่งข้อมูลตำแหน่งของ AirTag ไปยัง iCloud เมื่ออุปกรณ์เหล่านี้อยู่ใกล้กับ AirTag ข้อมูลตำแหน่งนี้จะถูกส่งไปยังเจ้าของ AirTag บนแอปค้นหาของฉัน
    ดังนั้น ระยะการติดตาม AirTag จะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ รวมถึงสภาพแวดล้อม สิ่งกีดขวาง และจำนวนอุปกรณ์ในเครือข่ายค้นหาของฉัน

    เปิดลอส Mode ใน AirTag

    เมื่อคุณเปิดใช้งาน Lost Mode ใน AirTag ของคุณ จะเกิดสิ่งต่อไปนี้:
    AirTag ของคุณจะส่งเสียงเตือนเมื่อมีคนเดินผ่าน
    เจ้าของ AirTag จะได้รับแจ้งว่า AirTag ของพวกเขาถูกพบ
    คุณจะสามารถดูตำแหน่งของ AirTag ของคุณบนแผนที่ Find My
    ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละสิ่งที่จะเกิดขึ้น:
    เสียงเตือน
    เมื่อมีคนเดินผ่าน AirTag ของคุณที่เปิดใช้งาน Lost Mode AirTag จะส่งเสียงเตือนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เสียงเตือนนี้จะช่วยให้คุณระบุตำแหน่งของ AirTag ของคุณได้ง่ายขึ้น
    แจ้งเตือน
    เมื่อเจ้าของ AirTag ของคุณที่เปิดใช้งาน Lost Mode เดินผ่าน AirTag ของพวกเขา พวกเขาจะได้รับแจ้งบนอุปกรณ์ iOS ของพวกเขาว่า AirTag ของพวกเขาถูกพบ แจ้งเตือนจะรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ของคุณเพื่อให้เจ้าของสามารถติดต่อคุณได้
    ตำแหน่ง
    คุณสามารถดูตำแหน่งของ AirTag ของคุณที่เปิดใช้งาน Lost Mode บนแผนที่ Find My แผนที่จะแสดงตำแหน่งล่าสุดของ AirTag ของคุณ และคุณสามารถใช้ฟังก์ชันนำทางเพื่อไปยังตำแหน่งของ AirTag ของคุณ

    คุณยังสามารถขอให้ผู้อื่นช่วยคุณค้นหา AirTag ของคุณได้ หากคุณแชร์ตำแหน่งของ AirTag ของคุณกับผู้อื่น บุคคลเหล่านั้นสามารถใช้แอป Find My เพื่อติดตามตำแหน่งของ AirTag ของคุณ

    เคล็ดลับบางประการในการเปิดใช้งาน Lost Mode ใน AirTag ของคุณ:
    ตรวจสอบให้แน่ใจว่า AirTag ของคุณมีแบตเตอรี่เพียงพอ แบตเตอรี่ของ AirTag จะใช้งานได้นานถึงหนึ่งปี
    ตรวจสอบให้แน่ใจว่า AirTag ของคุณเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ iOS ของคุณ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเปิดใช้งาน Lost Mode ได้

    หาก AirTag ของคุณสูญหาย คุณสามารถเปิดใช้งาน Lost Mode ได้ดังนี้:
    เปิดแอป Find My บนอุปกรณ์ iOS ของคุณ
    แตะแท็บ อุปกรณ์
    แตะ AirTag ของคุณ
    แตะ Lost Mode
    ป้อนหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ
    แตะ เปิด Lost Mode
    AirTag ของคุณจะเปิดใช้งาน Lost Mode และคุณจะได้รับแจ้งว่า AirTag ของคุณถูกพบ

    Refresh find my

    There are a few ways to clear the cache or refresh the Find My app.

    Clear the cache:

    1. Open the Settings app.
    2. Tap General.
    3. Tap iPhone Storage.
    4. Scroll down and tap Find My.
    5. Tap Offload App.

    This will remove the app’s cache, but keep your data. To reinstall the app, tap Reinstall App.

    Refresh the app:

    1. Open the Find My app.
    2. Tap the Devices tab.
    3. Pull down on the screen to refresh.

    This will update the app with the latest location information for your devices.

    Force the app to close and reopen:

    1. Swipe up from the bottom of the screen and pause.
    2. Find the Find My app card and swipe up to close it.
    3. Reopen the Find My app.

    This can help to resolve issues with the app not working properly.

    Restart your device:

    1. Press and hold the Side button until the power off slider appears.
    2. Drag the slider to turn off your device.
    3. Wait 30 seconds.
    4. Press and hold the Side button again to turn on your device.

    This can help to resolve minor software glitches.

    If you are still having problems with the Find My app, you can contact Apple Support for assistance.



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories


Uncategorized