• July 17, 2017

    ปล. ในบทความนี้ ผมจะไม่ขายของนะครับ ผมจะกล่าวถึงประโยชน์ของมันแล้วกันครับ เพราะทางผมอยากให้เข้าใจเรื่อง Fanpage กับ E-commerce กันก่อน

    Fanpage คืออะไร?
    – Fanpage คือประเภท บัญชี ใน Facebook อันนึง ซึ่งปกติแล้ว Facebook จะมี ทั้งหมด 3 ชนิดด้วยกัน กล่าวคือ Profile, Group, Fanpage หลักๆที่เห็นๆกัน

    Profile คือ Account ส่วนตัวของท่านนั่นเอง ข้อดีกับการใช้ใน E-Commerce คือ ตรงไปตรงมา เพราะคุยกับลูกค้าได้โดยตรง และมี Chat box ให้คุยกับลูกค้าโดยตรง ข้อเสีย ที่สำคัญมากๆคือ ได้แค่ 5000 คนเท่านั้นที่เป็นเพื่อนได้ และ ยังไม่มีพื้นที่ ในการเขียน info ต่างๆ ของร้านค้าเลยแม้แต่นิดเดียว หรือถ้ามีก็ไม่ชัดเจน และยังวัด สถิติ รวมถึงกระจาย ตัวของร้านได้ยาก เพราะ ต้องมาจากเพื่อน ถึง เพื่อนเท่านั้น อันนี้ถือว่า ทางการขายสินค้าถือว่า โหดร้ายมากๆครับ

    Group คือ กลุ่มนั่นเอง โดยปกติแล้ว เขาใช้เพื่อการสร้าง Community หรือสังคม ส่วนย่อย เช่น กิจกรรมส่วนกลุ่มนั่นเอง โดยปกติ แล้วจะต้องมีการ ยอมรับ หรือ ยืนยันการเข้ากลุ่ม ซึ่งข้อดีก็คือ ส่วนตัว มากๆ แต่ข้อเสียคือ มันหาจุดที่จะทำ E-commerce ค่อนข้างยาก เท่าที่เคยเห็นจะเป็น Group รวมร้านค้าต่างๆ แต่ นั่นก็ ไม่ใช่ประเด็นของการขายสินค้าอยู่ดี

    Fanpage, Brandpage มีหลายชื่อครับ แล้วแต่จะเรียกปกติเรียก Page มันคือ Account ชนิดหนึ่งที่ ยอมเปิดกว้าง เพื่อให้ แฟนๆ ของสินค้าของคุณ หรือ แบรนด์นั้นๆเข้ามาทำตลาดและพูดคุยกับลูกค้าและบริการต่างๆได้ หรือ เครื่องมือทาง CRM (Customer relation) เพื่อที่จะสามารถจัดการกับคนจำนวนกว้าง ได้ และที่สำคัญ ยังรับคนได้มากกว่า 5000+ และแน่นอนว่า สามารถกระจายสินค้าและชือเสียงได้สะดวกกว่ามาก แต่ข้อเสียก็มีครับแต่ว่ายังทดแทนได้ ข้อเสียหลักๆเลยของ Fanpage คือ ไม่มี Chat ซึ่งแน่นอนว่าไม่เหมาะกับการขายสินค้าที่ต้องใกล้ชิดมากๆ แต่ถ้าเป็นเรื่อง เสื้อผ้า, ของใช้ ที่ไม่ได้ต้องการการพูดคุยมาก เรื่อง Chat ถือว่าไม่เสียหายเลยครับ เมื่อแลกกับ การกระจายของสินค้า, การแชร์, เนื้อหาที่ครบถ้วน และยังทดแทนได้ด้วยเรื่องการโชว์ Admin ของร้าน เพื่อให้ลูกค้า contact โดยตรงก็ัยังไงได้ครับ

    สรุปเลยครับผม
    ในปัจจุบันเนี่ย ทางผมเห็นร้านหลายๆร้าน นำเอา Profile มาขายสินค้า ซึ่งไม่ผิดครับผม แต่ทางผมมีความเชื่อว่า ถ้า Profile รับคนได้ 5000 คน รวมถึงกระจายสินค้าได้ยากแล้วเีนี่ย อันนี้ น่ากลัวในระยะยาวครับ ส่วนเรื่อง Group ผมไม่แนะนำเลยครับผม เพราะไม่มีฟังก์ชั่น การใช้งานที่เพียงพอ ส่วน Fanpage ถึงแม้ว่า จะไม่มีห้อง Chat แต่แลกกับ Feature ที่ทาง Facebook ให้มา รวมถึงการกระจายตัวของร้าน ไปสู่คนที่เราไม่ได้รู้จักไม่ได้เป็นเพื่อน ถือว่า เยี่ยมกว่า และ น่าใช้มากกว่าครับ

    มาดู Case Study ดีดีของร้านต่างๆ ที่ใช้ Fanpage กันดีกว่าครับผม
    ตัวอย่างที่ดีที่ประสบความสำเร็จ จากการวิเคราะห์ของผม
    https://www.facebook.com/moandfriends

    ร้านนี้เป็นร้านขายสินค้าประเภท Fashion เป็น Local Brand ดีไซน์โดยคนไทยแต่ Model เป็นชาวต่างชาติครับ (เป็นร้านรุ่นพี่ครับ)
    ประเด็นที่มองเห็นได้ชัด
    1. เขาได้นำเอา ประโยชน์ของ Fanpage มาใช้ในเรื่องของ การทำ CRM, ติดต่อลูกค้าและการประกาศ
    2. Photo albums ถูกจัดไว้อย่างลงตัว เป็น Collection ประจำเดือน (ชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย)
    3. พูดคุยกับลูกค้าเสมอ รวมไปถึงแจ้งเรื่องการโอนเงิน
    4. รูปภาพสินค้าสวยงาม มีการลงทุน
    5. มีทีมงานในการตอบคำถาม ลูกค้า และ บริการลูกค้า
    6. มี Testimonial , Press ให้ลูกค้าดู ว่า สินค้าเราไม่ธรรมดา มีดารา, คนสวยๆ สวมใส่ด้วย

    อันนี้เป็นอย่างที่ใช้งานครับ ผมแนะนำให้ ลองศึกษาร้านนี้ดู ครับ เพื่อ ดูว่าโดยรวมแล้วเขามีลักษณะ การทำอย่างไร

    ส่วนใคร ที่อ่านแล้วสนใจเรื่อง Fanpage แล้วจะก็ เปิดสมัครใช้งานได้ที่ นี่เลย http://www.facebook.com/pages และกด Create page ให้เลือกประเภท Page และหลังจากสร้างแล้วก็ Setup ได้เลยจ้า ส่วนเทคนิค ต่างๆ ในการจัดการ เพจ ถ้ามีอะไร ปรึกษาเราได้ทุกเรื่องจ้า ในบทความหน้า เราจะมีอธิบายว่า Pepabag จะช่วยคุณได้อย่างไร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สำหรับ Fanpage (ในจุดข้อเสียที่หายไป ว่าเรามาทดแทนอย่างไรนะครับผม)

    By: http://www.pepabag.com



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories