• September 4, 2017

    ทำไมต้องใช้ Server ไม่ใช้ PC เป็นคำถามยอดฮิต ขององค์กรที่มีงบประมาณค่อนข้างต่ำ หรือแม้แต่บางองค์กรใหญ่ๆ ก็รู้สึกว่าการซื้อ Server เกินความจำเป็น แต่ก่อนผมก็เคยรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะ PC ก็รันได้ อัดแอร์ให้ 24 ชม. หน่อย มันก็วิ่งไปได้ มีหลายเครื่องหน่อย คอยทดแทนกัน ถ้าพูดเช่นนั้น ก็ต้องบอกว่าจริง มีหลายองค์กรที่นำ PC มาทำเป็น Server แล้วก็ทำการเปลี่ยนทุกๆ 1 ปี ก็ว่ากันไป ก็อาจจะทำให้ประหยัดกว่าซื้อ Server 1 เครื่อง แต่คำถามก็คือ ทำอย่างนั้นได้ การใช้งานก็คงต้องไม่มาก เพราะ PC ก็ทำมาให้ใช้ได้แค่ 1 CPU เท่านั้นหรือเขาเรียกกันว่า 1way หรือระบบงานคงไม่ซีเรียสมาก เพราะคุณคงต้องตั้งคำถามในใจว่า หาก Server ตัวนี้พัง Harddisk พัง หรือล่มขึ้นมา อะไรจะเกิดขึ้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะมากเพียงใด ถ้าไม่มากก็คงใช้ PC ได้แต่หากมีผลเสียหายมากคุณจะเอาความเสี่ยงนั้นฝากไว้กับ PC ราคาหมื่นกว่าบาท หรือฝากไว้กับส่วนต่างที่ต่างกันไม่กี่หมื่นเท่านั้น

    โดยส่วนตัวในฐานะบริษัท SME เล็กๆ ก็ใช้ Server ในการให้บริการลูกค้า ก็เริ่มจากเครื่องประกอบ แต่พอซื้อบ่อยๆเข้าเลยเริ่มมาใช้เครื่อง Brand Name ก็รู้สึกว่ามีความแตกต่างในอุปกรณ์ และระบบต่างๆ ในราคาที่ไม่ต่างกันมาก แต่ก็ยังใช้ Server ขนาดเล็กๆเท่านั้น แต่พอใช้ไปสัก 2-3 ปี Server เริ่มมีปัญหาก็เริ่มรู้ว่า ปัญหามันเสียหายมากจริงๆ จนต้องเริ่มคิดถึงการลงทุนด้าน Server มากขึ้น จนทุกวันนี้ก็ทำให้พร้อมที่จะใช้ Server ระดับสูงและคุณภาพดีอย่าง Blade Server เป็นต้น ก็เป็นสิ่งที่เขียนเล่าสู่กันพัง

    แล้ว PC กับ Server ต่างกันตรงไหนล่ะ

    Alert ต่างๆ : อันนี้ต้องบอกว่า PC นั้นไม่มี และ Server ประกอบก็ไม่มีเช่นกัน เทคโนโลยี่ Server นั้นก้าวไกลมาก ถึงขนาดที่ Server บางรุ่น สามารถบอกให้คุณได้รู้ล่วงหน้าด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์กำลังจะเสีย เสียชิ้นไหน เสียตัวที่เท่าไร ลองนึกภาพ หากคุณใส่ Memory ไปทั้งหมด 8 แถว แล้วเกิด Memory เสีย สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ถอดออกทีละแถว แล้วรันดูว่าอันไหนเสีย แต่เทคโนโลยี่ Server บางยี่ห้อ สามารถกดปุ่มใน board แล้วขึ้นไฟบอกได้เลยว่า Memory แถวไหนเสีย หรือหาก Harddisk กำลังเสีย วิ่งด้วยความเร็วผิด Speed ก็จะแจ้งเตือนที่หน้าเครื่องว่ากำลังจะเสีย สิ่งนี้คุณจะไม่พบได้เลยใน PC หรือแม้กระทั้ง Server ประกอบ

    Mainboard : จริงๆแล้ว Mainboard เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ ชื่อก็บอกอยู่ล่ะว่า Main ถามต่อไปว่าต่างกันขนาดนั้น คงต่างกันที่สถาปัตยกรรม Board Server ถูกออกแบบมาให้รันได้ตลอด 24 ชม แต่ PC ไม่ใช่อย่างนั้น ส่วน Slot ต่างๆก็จะแตกต่างกัน Server โดยส่วนใหญ่จะ Onboard พวกการ์ดจอ และก็เช่นกัน มักไม่มี Sound Card ทั้งที่เพราะส่วนใหญ่นำ Server ไว้ share file รัน application เลยไม่ค่อยฟังเสียงกัน คนที่ใช้งาน multimedia มากๆมักจะใช้ workstation มากกว่า Server
    สำหรับความแตกต่างด้านราคานั้น ผมเคยซื้อตัวประกอบ Mainboard PC จะอยู่ที่ 1,500 – 3,000 แต่ถ้า Server ราคามักจะเริ่มต้นที่ 10,000 บาทสำหรับ Mainboard นี่คือพวก Server ประกอบนะครับ แต่เดี๋ยวนี้ Brand name ก็ถูกกว่าประกอบได้

    Power Supply : Power Supply นั้นเป็นส่วนสำคัญ ป็นระบบจ่ายไฟของทั้งระบบ สำหรับตัวนี้นั้นสำหรับ Server ก็เช่นกัน ถูกออกแบบมาให้เปิดใช้งานได้ตลอด 24 ชม เท่าที่ผมเคยซื้อ มันตัวนึงก็ 5 พันกว่าบาทได้ นี่แบบถูกๆเลยนะ แต่เราจะเห็นว่า Power Supply PC มันลูกละ 150 บาทได้มั้ง เห็นว่ามันต่างกัน แล้วผมเคยมีประสบการณ์ บางคนใช้ PC แล้ว Power Supply ไหม้ ส่งผลถึงข้อมูลระบบ มันละลายลงไปโดน mainboard ทำให้ harddisk พังข้อมูลพัง จบเลยงานนี้ ดังนั้นท่านต้องคิดแล้วล่ะว่าข้อมูลท่านสำคัญมากน้อยแค่ไหน
    อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลย สำหรับ Server นั้นมีหลายรุ่นที่มี Reduntdant Power Supply นั้นคือ มันมี Power Supply 2 ตัวในเครื่องเดียว ป้องกัน Power Supply พัง แล้วยังเป็น Hot swap ด้วย นั้นคืออันไหนพังเราก็ดึงออกได้เลย โดยไม่ต้องปิดเครื่อง แล้วเสียบเข้าได้โดยไม่ต้องปิดเครื่องเช่นกัน ก็จะไม่มี Downtime เลยว่างั้น

    CPU : CPU นั้นต่างกันแน่นอน แต่ก็มี CPU ที่ไม่ต่างกันคือพวก CPU ตระกูล Pentium ทั้งหลาย บน Server กับ PC นั้นไม่ต่างกัน แต่สำหรับ Server เองที่อยู่ในระดับสูงนิดนึงก็จะมี XEON Processor เป็น Server ที่สำหรับ Server ใส่ได้ตั้งแต่ 2 ตัว 4 ตัว 8 ตัว 16 ตัว แล้วแต่ Mainboard จะเห็นว่าหากคุณรันงานหนักๆ คงไม่มีทางที่จะเอา CPU Pentium เพียงตัวเดียวมาทำงาน งานบางงานระดับ Software House ก็ใช้ Server ตัวนึงเป็นล้านๆ แต่ถามว่าแม้เป็นล้าน มันก็ทำงานได้หลายล้านเช่นกัน สรุปคือ CPU มีจำนวนที่ใส่ได้มากกว่า แล้วสามารถรองรับ Application ที่รันหนักๆได้อย่างดี

    Memory : บางคนอาจจะ โห มันต่างกันด้วยเหรอ ต่างครับ Server จะใช้ Memory ที่เรียกว่า ECC Memory จะเป็น Memory ที่มีระบบป้องกันการส่งข้อมูลผิดพลาด อีกทั้ง Memory สำหรับบางยี่ห้อที่เป็น Chipkll คือเป็นเหมือน Mirror Memory เลยทีเดียว คือ หากคุณมี Memory 4 แถว เกิดพังไป 1 แถว ถ้าเป็น PC รันไปถึง Memory ตัวนั้นก็คงแฮงไปเลย แต่ Server ไม่พังคับ ก็ยังรันต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด้

    Hard Drive : หรือ Harddisk นั้นแหละ ทำไมต่างกันนั้นเหรอ สำหรับ PC เราคงรู้จัก IDE กัน แล้วก็เดี๋ยวนี้คงเป็น Serial ATA (SATA) มาแทน IDE แต่สำหรับ Server นั้นจะสามารถใช้งาน SCSI ได้ ซึ่งเป็น Harddisk ที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ แล้วยังมีเทคโนโลยี่ใหม่เรียกว่า SAS (แซด) ฟังดูเศร้าๆ แต่ก็เป็นเทคโนโลยี่ของ SCSI ใหม่ที่ทำให้ทำงานได้เร็วขึ้นไปอีก

    RAID Controller : RAID หลายคนอาจจะฟังแล้วไม่คุ้น บางคนก็คงคุ้นเคย ใน PC นั้นไม่มี RAID แน่นอนทำให้เลยไม่คุ้นสักเท่าไร แต่ใน Server นั้น RAID มีความสำคัญมาก ถ้าพูดถึงข้อมูลแล้ว เราคงให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้นเลยมีเทคโนโลยี่ RAID เพื่อช่วยป้องกัน Harddisk พัง ซึ่งจะทำให้มี Harddisk ที่พร้อมทำงานแทนตลอดเวลาเมื่อลูกใดลูกหนึ่งพัง ก็ไม่ต้องมานั่งกู้ข้อมูล Restore กันให้วุ่นวาย รวมถึง RAID ยังสามารถทำให้ประสิทธิภาพในการเรียกใช้งาน Harddisk ทำได้เร็วขึ้นด้วย ก็มีเช่นกัน ดังนั้นทำให้หลายองค์กรก็เลือกใช้ RAID เพื่อป้องกันข้อมูลที่สำคัญของตนเอง ไว้ผมจะเขียนเรื่อง RAID ให้ว่าแต่ละ RAID ต่างกันอย่างไรมันมีตั้งแต่ RAID 0,1,5,0+1,10 สารพัด RAID

    ใช้ Server ประกอบไม่ได้เหรอ
    มีลูกค้าไม่น้อยที่เลือกใช้ Server ประกอบมากกว่าใช้ Server Brand แต่ถ้าเทียบส่วนแบ่งทางการตลาดแล้วถือว่า Server ประกอบถือคลองไม่น่าจะถึง 1% ด้วยซ้ำ โดยส่วนตัวก็เคยใช้ Server ประกอบมาก่อนใช้ Server Brand เช่นกัน เรียกได้ว่าซื้อมาหมดแล้วทุก Brand ใน Pantip ก็ว่าได้ เรามาดูจุดต่างกันเลยดีกว่าว่าความต่างเป็นอย่างไร

    การรับประกัน :
    สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนที่สุดคือ การรับประกัน ถ้าเราดูสถิติการใช้เงินของลูกค้าแล้ว ยอดการใช้จ่ายจากการบำรุงรักษา Server นั้นยอดสูงมากทีเดียว คุณลองคิดจิตนาการดูว่า หาก Server ประกอบที่คุณซื้อมาเสียนอกเวลา Office Time นั้นคือตั้งแต่ 20.00 – 10.00 น. คุณจะปรึกษาใคร นี่คือ System Down เป็นเวลากว่า 14 ชม. จะเห็นว่านานเหลือเกิน นี่ยังไม่รวมวันหยุดที่จะต้องหยุด 1 วันเต็มๆต่อ 1 อาทิตย์ และยังไม่รวมวันหยุดประจำปีต่างๆอีกมากมาย
    แล้วลองคิดต่อว่า หาก Server คุณมีปัญหา คุณจะอยากได้บริการถึงที่หรือไม่ สำหรับเครื่องประกอบอาจจะมี Onsite แต่เมื่อ Onsite ถึงที่ก็ต้องมาดูอีกว่าอะไรเสียเพราะระบบ Alert ต่างๆไม่มี แล้วก็ต้องกลับไปเอาสินค้าที่เสียมาเปลี่ยน ยิ่งไปกว่านั้น หากสินค้าตัวนั้นตกรุ่นไปแล้ว ไม่มีใน Stock ก็ต้องสั่งรออีกร่วมอาทิตย์ ดังนั้นคุณจะเห็นว่าความต่างของสินค้าเพียงไม่เท่าไร เทียบกับความเสียหายของ Downtime ที่เกิดขึ้นในธุรกิจของคุณ คงเทียบกันไม่ได้เลย
    แล้วคำถามคือ แล้วเครื่อง Brand ประกันแบบไหนล่ะ คำตอบคือ Onsite Service ถึงที่ ที่เครื่องมี Alert บอกว่าอุปกรณ์ตัวไหนเสีย วิ่งมาเอาตัวนั้นมาเปลี่ยนเลย ไม่ต้องรอเช็คก่อนว่าอะไรเสีย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีบริการ Onsite Service ภายใน 2 ชม. ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด คุณจะเสียวันปีใหม่ตี 1 เขาก็จะ Response คุณภายในตี 3 เลยว่างั้น ถ้าระบบซีเรียสก็สามารถซื้อประกันระดับนี้เพิ่มเติมได้ และยังรับประกันทั่วประเทศอีกต่างหาก ไม่ต้องไปเสี่ยงว่าซื้อประกอบไปแล้วไปอยู่ต่างจังหวัด หรือไปอยู่เกาะ การรับประกันก็สามารถไปถึงท่านได้ทั่วประเทศ
    อีกนิดนึง Tag ติดการรับประกันของเครื่องประกอบใช้ Sticker แปะ แล้วก็เขียนเอาว่าเริ่มวันไหน แต่ Server Brand นั้นฝังอยู่หน้าตัวเครื่องเลยครับเป็น Part Number & Serial Number ของเครื่องนั้น และบางทีคุณจะได้ประกันมากกว่าที่คุณจะได้ด้วยซ้ำ แต่เครื่องประกอบ ก็แล้วแต่เขาจะเขียน เกิดมันเลือนลาง จางหายไป เพราะมันเป็นหมึกเขียน ก็อาจจะทำให้มีปัญหาได้ว่าหมดประกันไปหรือยัง ต้องไปสืบค้น Invoice อีกต่างหาก

    ระบบ Alert
    สิ่งนี้เล่าให้ฟังไปบ้างแล้ว สำหรับ Server ประกอบนั้น ระบบ Alert อุปกรณ์ต่างๆ ในการเสียหายของ Server นั้นแทบไม่มี อุปกรณ์ไหนเสียก็ต้องสุ่มหากันไป เหมือนดัง PC แต่สำหรับ Server Brand บางยี่ห้อ สามารถ Alert อุปกรณ์ได้แทบทุกอย่างภายใน อาทิเช่น Memory , Harddisk ,Fan ,Power Supply และอีกมากมาย มีแม้กระทั้งเตือนก่อนจะเสียด้วยซ้ำ และเคลมได้ทันที ไม่ต้องรอมันเสียก่อนเหมือนกับ Server ประกอบ ดังรูปด้านล่าง

    มาตราฐานของอุปกรณ์
    มีหลายสาเหตุที่ทำให้ 2BeSHOP เราไม่ขายเครื่องประกอบไปด้วย เหตุผลหนึ่งคือ การมั่นใจในอุปกรณ์ว่าใช้ของแท้แน่นอน 100% เพราะคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าอุปกรณ์ที่ร้านประกอบใส่มาให้กับคุณนั้นคือของมีคุณภาพ ตัวอย่างเช่น Harddisk จริงๆแล้วมันมี 2 เกรด ลองโทรถามทาง Synnex ได้จะมี SATA ที่ใช้ตามบ้าน กับ SATA Enterprise ที่ใช้กับ Server ถามว่าคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าร้านเครื่องประกอบคุณเอา Disk แบบไหนมาใส่ให้ ทั้งๆที่มันหน้าตาเหมือนกัน ต่างกันที่ Serial แต่ราคามันแตกต่างกันเป็นเท่าตัว นี่คือที่สำหรับเก็บข้อมูลสำคัญของบริษัทเชียว หรือ Memory มีทั้งแบบ ECC และ DDR ธรรมดา ถ้า ECC ก็จะรองรับการส่งข้อมูลที่ผิดพลาดของระบบ แต่ Memory ยังพอดูออกที่ตัว Memory เอง แต่ก็ต้องมากังวลอีกว่า Memory ที่ใช้นั้นเทียบ BUS เอาหรือว่าเฉพาะรุ่น เพราะอย่าง SERVER IBM/HP หรือแม้แต่ DELL เองเวลาสั่ง Kingston ก็จะมี Kingston แบบคุณภาพที่ทำมาเทียบ Part กับ IBM/HP เอง แต่ถ้าใช้ของไม่คุณภาพ ก็จะใช้ศัพท์ว่าเทียบ BUS เอาของก็จะราคาถูก แต่นั้นแหละครับ มาด้วยคุณภาพตามราคา พร้อมความเสี่ยง Downtime ที่เกิดขึ้น ของประกอบไม่ได้ถูกที่เพราะมันประกอบ แต่เพราะถูกที่มันเอาของคุณภาพต่ำมาประกอบๆ รวมๆกัน
    ยิ่งหากร้านขายทั้ง Brand และประกอบ ยิ่งน่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าจะหยิบเอาของประกอบมาใส่ใน Brand ให้เราหรือเปล่า นี่แหละคือเหตุผลที่ 2BeSHOP เราถึงไม่คิดที่จะขายเครื่องประกอบ หรือ แม้แต่ Disk จากค่ายข้างนอกที่ไม่ใช่ Disk ของ Brand เอง ด้วยเหตุเราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจ 100% ว่าสินค้าที่ออกจากมือเรา ไม่มีมั่วนิ่ม

    Server แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร
    ทำไมบางรุ่น ก็ xeon เหมือนกัน ทุกอย่างดูเหมือนกัน แต่ทำไมรุ่นนั้นถึงแพงกว่ารุ่นนี้ รุ่นนี้ถึงแพงกว่ารุ่นนั้น เออ แปลก ผมก็เคยตั้งข้อสงสัยเหมือนกัน เคยเจอ Server 2 รุ่นที่เหมือนกันคือ xSeries 226 กับ xSeries 236 ก็เลยลองถาม Technical IBM ดู ก็หากดูให้ลึกก็จะเห็นความแตกต่าง เช่น x226 นั้นไม่มี Reduntdant Power Supply แล้วก็ x236 นั้นมี Mirror Memory เป็นต้น มันก็เป็นคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนั้นเวลาดู Server เราอาจจะดูแต่ CPU, Memory , Ram ก็คงไม่ได้ล่ะ

    จริงๆแต่ละซี่รี่ของ Server แต่ละยี่ห้อนั้น ถูกวาง Position ไว้แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น IBM xSeries 226 จะถูกวางไว้สำหรับ Print Server, File Server, SMB Web Server, SMB Exchange Serve and Lotus Notes server แต่สำหรับ IBM xSeries 236 จะถูกวาง Position ไว้สำหรับ Workgroup Application ,Messaging and collaboration, Web data serving ,File and Print Server ในความเป็นจริง Position ที่ทางผู้ผลิตได้วางไว้ มันก็เป็นเพียง Guideline ที่มันก็คงไม่เสมอไป บางคนใช้ Application เล็กๆก็คงใช้ x226 ได้ หรือบางคนใช้ Application ใหญ่มากๆ อาจจะใช้ x236 ไม่พอก็เป็นไปได้ ดังนั้น สิ่งสำคัญในความคิดผม คงต้องดูที่คุณสมบัติ Server ที่เราต้องการมากกว่า สิ่งอื่นใด เช่น หากคุณต้องการ Reduntdant Power Supply ด้วยคุณก็คงเลือก x226 ไม่ได้ ก็คงต้องยอมจ่ายเพิ่มอีกสักหมื่นสองหมื่น เพื่อได้ x236 เป็นต้น

    ดูให้ลึก ดูอะไร

    CPU : CPU ที่เลือกเป็นแบบไหน Pentium 4,D ,XEON, Opteron แล้วใช้กับอะไร Software 32bit หรือ 64bit ต้องการ Catch แค่ไหน 1MB, 2MB ต้องการ Bus มากขนาดไหน 533 Mhz ,800 Mhz เป็นต้น นี่คือเชิงลึก

    Memory : ก็คงไม่ต่างกันสำหรับ Memory ก็จะมีในบางรุ่นที่เป็น Mirror Memory คือ Chipkill ,None Chipkill นั้นเอง ก็ต้องเลือกดู ราคาก็จะแตกต่างกันสำหรับ Chipkill สำหรับ Slot ที่มีก็ต้องดูว่ามีกี่ Slot การมีมาก็ดีกว่ามีน้อย เช่นมี 8 Slot หากคุณต้องการ 2 GB คุณก็สามารถใส่ 512×4 ได้อย่างสบายใจว่าจะ Upgrade ได้อีก แต่หากมันมีแค่ 4 Slot คงต้องคิดหนักถ้าจะใส่ 512×4 เพราะอีกหน่อยคุณจะ Upgrade นั้นคือคุณต้องทิ้งของเดิม บางรุ่นต่างกันที่จำนวน Slot ก็มี

    Harddisk : ส่วนนี้ก็ไม่มีอะไร เลือกก่อนว่า SATA หรือ SCSI ส่วน SCSI ก็จะธรรมดากับ SAS ด้วย ดังที่ได้บอกไปแล้วในบทก่อนหน้า รวมไปถึงมีทั้งแบบ Hot Swap ,none Hotswap สำหรับ Hot Swap ก็มีประโยชน์หาก Harddisk พังคุณก็ดึงออกได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง กรณีมีหลายตัวทำงานแทนนะครับ

    RAID Controller : Server บางรุ่นบางยี่ห้อ ก็จะถูกเพราะไม่มี RAID Controller ในตัว แต่บางรุ่นก็มีมาในตัว ซึ่ง RAID Harddare นั้นจะ Stable มากกว่า RAID ที่ทำบน OS หรือ Software นั้นเอง ดังนั้นก็ต้องดูว่าเราจะใช้ RAID ไหม ตอนนี้ไม่ใช้ อนาคตมีโอกาสใช้หรือไม่

    Reduntdant PowerSupply : ตัวนี้สำคัญมาก หากคุณเคยใช้ Server แล้วจะรู้ว่าสำคัญ เพราะว่า Power Supply ปกติโดยทั่วไปจะใช้ได้สัก 2-3 ปี ก็จะพัง ดังนั้นหากพังกว่าจะเคลม กว่าจะทำการเปลี่ยนก็ใช้เวลานาน แต่หาก Reduntdant Power เราก็สบาย หมดกังวล ดังนั้นบางรุ่นก็มี บางรุ่นก็เพิ่มเติมทีหลังได้

    PCI Slot : เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยี่เยอะสำหรับ PCI Slot ก็จะมี PCI-Express ที่ทำให้ทำงานได้เร็วกว่า มี Card มากมายบน Server ตั้งแต่การ์ดตัดต่อ ไปถึงการ์ด Fiber Optic ที่ทำให้ Server เชื่อมกันด้วย Technology Fiber Optic ดังนั้นเราก็ต้องดูพวกนี้ด้วยเช่นกัน ว่าเราก่ะจะใช้พวกนี้มากน้อยแค่ไหน ที่ Server ให้มามีกี่ Slot

    Server แต่ละยี่ห้อต่างกันไหม
    IBM , HP ,DELL ,Fujitsu ,Acer ,SUN และเครื่องประกอบ (No Brand) โห เยอะนะครับเนียะ ทั้งที่เว็บเราขายเพียงครั้งเดียวของทั้งหมดนี้ ก็มีบาง Brand ที่เราเคยขายแล้วเลิกขายไป ก็จะอธิบายว่าทำไมด้วยนะครับ

    IBM Server
    IBM เป็น Brand ที่อยู่ในสายตาว่าอยู่ในอันดับ 1 ของตลาด Server ทั้งโลกนี้ รวมถึงประเทศไทย เขาเคลมว่าเขาเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยี่ เป็น Brand เดียวที่มีเครื่องระดับสูง อาทิเช่น Mainframe ที่ใช้กันในองค์กรใหญ่ ระดับธนาคาร หรือเป็น Brand เดียวที่ทำ Server ระดับมากกว่า 16 CPU แล้วยังบอกอีกว่างบประมาณในการทำ Reseach ด้านเทคโนโลยี่ของเขามีค่ามากกว่า GDP ทั้งประเทศไทย (อืมม… ขนาดนั้น) ฟังดูน่าสนใจไหมครับ
    ก็ถือว่าเป็น Brand ที่ดี คุณภาพดี มีข้อดีประจำตัวเยอะ อาทิเช่น มีฟีเจอร์บางอย่างที่ Brand อื่นไม่มี เยอะแยะมากมาย มี IBM Director ที่ควบคุม Server ได้ทั้งหมด มี Light Path ทีเช็คได้แม้กระทั้งอุปกรณ์กำลังจะเสีย หรืออุปกรณ์ที่ดูแข็งแรง และยังเป็นเจ้าแห่งเทคโนโลยี่ด้าน Server มีทั้ง Shipset ของตัวเองที่ทำให้ CPU, Memory, Harddisk เหมือนคนอื่นแต่วิ่งได้แรงกว่าเป็นต้น หรือแม้กระทั้งมี CPU ของตัวเองที่แรงกว่า Intel หลายเท่านัก แต่นั้นก็เป็นเครื่องในระดับ Highend ทีเดียว
    ข้อเสียของ IBM เท่าที่พบ คงเป็นเรื่องของราคาที่จะสูงกว่ายี่ห้อล่างๆพอสมควร แต่ก็ใกล้เคียงกับยี่ห้อที่ใกล้เคียงกัน ไม่ว่าจะตัวเครื่อง อุปกรณ์ Upgrade จะมีการทำให้ไม่มีการใส่ Harddisk Internal ต้องเป็น SWAP ตลอด ดังนั้นจะใส่ Harddisk ได้ก็ต้องซื้อ Harddisk เขา เพราะจะมี Tray Slide ติดมากับ Harddisk ด้วยเสมอ แต่ยังดีที่ยังมีแรม Kingston ที่ทำมาเพื่อ IBM โดยเฉพาะก็จะทำให้ถูกไปได้พอสมควร

    HP Server
    HP เป็นอีก Brand ที่เป็นคู่แข่งตัวสำคัญของ IBM เนื่องจาก HP เป็น Brand ที่ยิ่งใหญ่ ในประเทศไทย HP Server ได้รับความนิยมกันมาก จะเห็นว่านอกจาก IBM แล้วในกลุ่มธนาคารก็จะใช้ HP Server เหมือนกัน ลองไปสังเกตุเครื่องอับ book เครื่อง ATM บางธนาคารก็ใช้ HP บางธนาคารก็ใช้ IBM ข้อดีของ HP ที่เห็นหลักๆคือ HP นั้นจะทำ Server มาตอบสนอง Need ได้ดี เขาจะเหมือนรู้ใจเราไปหมด HP มีความครบถ้วนของอุปกรณ์เพราะเขามีหมดไม่ว่าจะเป็น PC , Notebook, Printer , Scanner, Switchin ฯลฯ เหมือนมาที่เดียวได้ทุกอย่างครบทั้งองค์กร
    HP นั้นยังทำราคา Server ได้ในราคาถูกด้วย อย่างที่บอกมักจะรู้ใจเรา แล้วก็ทำ Promotion โดน โดน ออกมาให้เราได้ในราคาต่ำจริงๆ เหมือนจะ Focus เป็นรุ่นๆตัวๆไป ดังนั้นมันก็เป็นทั้งข้อดีที่ทำให้เราได้ Server ราคาถูก และข้อเสียที่ทำให้เราอาจจะต้องการอะไรนอกเหนือจากนั้นลำบาก เพราะราคาจะกระโดดสูงมาก
    ส่วนด้านเทคโนโลยี่นั้นก็ต้องยอมรับว่าคงสู้ IBM ไม่ได้ เพียงแต่เขาจะพยายามจับนั้นจับนี่มาให้ตรง Need เช่น เขาเห็นว่าคนต้องการใช้ Tape Backup มากขึ้นในขนาดเยอะ และใช้เทคโนโลยี่สูง เขาก็จับ Server ML110 มาใส่ HDD SATA หลายๆลูกจนได้ 1.5 TB แล้วก็ใส่ Software แปลงร่างให้ Server มาเสียบกับตัวนี้กลายเป็นเห็นว่าไอ้ Harddisk ที่ใส่ไปเป็น Tape Drive ซะงั้น ทำงานเหมือน Tape Drive ทุกอย่าง ในราคาต่ำอีกต่างหาก ก็ถือว่าสุดยอด ซึ่ง IBM ไม่ทำ อย่างนี้เป็นต้น ก็ค่อนข้างหาอะไรที่เป็น Need ได้โดนใจมากกว่า
    ส่วนข้อเสียที่พบ คงเป็นเรื่องของบริการที่ในประเทศใช้เบอร์โทรที่ต่อติดยาก แล้วบางทีต้องรอสายนาน และการบริการที่ถ้าออกไปไกลเมือง อาจจะต้องเสีย Charge ค่าบริการไกล zone ดังนั้นก็จะมีข้อเสียตรงนี้หลักๆ รวมถึงถ้าต้องการ Spec ที่นอกเหนือ Promotion ก็จะทำให้ราคาสูง และหาของไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นคือ CPU, Harddisk ที่แตกต่างจากชุด Standard ส่วน Memory ก็ Upgrade ได้อยู่แล้วเป็นต้น

    DELL Server
    DELL เป็นแบรนด์ที่มาแรงมากขึ้น ก่อนหน้านี้ทำตลาดด้วย Partner แบบลับๆ คือซื้อมาขายไป ไม่ค่อยมีคนรู้จัก พอผ่านมาสักระยะเริ่มมีคนรู้จัก ก็เริ่มขายตรงก็ขายได้ดีพอสมควร ถือว่าเป็นแบรนด์อันดับ 1-2 ของเมืองไทย สำหรับ Server 1-2 CPU แต่พักหลังในปี 2013 ก็เริ่มจับมือกับ Partner ทำระบบ Partner เต็มรูปแบบเหมือนกับ HP, IBM เพราะ Server นั้นส่วนใหญ่คนซื้อไปทำระบบ ก็ยากที่จะไปด้วยการ Movebox คือขายแต่เครื่องออกไป ก็เริ่มนำมาขาย ทาง 2BESHOP เราก็ตาม Concept เราต้องคัดสรรสิ่งที่ดี มีคุณภาพทั้งด้านสินค้าและบริการ เราจึงคัดสรร 3 Brand ของประเทศขายในเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะ HP , IBM , DELL
    ข้อดีของ DELL คือ สามารถ Customize Server ได้ทุกส่วน เพราะอย่าง HP/IBM เครื่องจะมาเป็นเซต หากไม่ชอบใจ Ram 512×2 ก็ไม่สามารถถอดออกได้ อยู่ที่ร้านว่าจะรับเคลมคืนไหม แต่ DELL ไม่ใช่ DELL สามารถเลือกอุปกรณ์ทุกอย่างได้ใหม่หมด เพราะเครื่องไม่มีตัวตนขณะที่คุณสั่ง เขาจะผลิตต่อเมื่อมีการสั่งซื้อแล้วเท่านั้น แต่ HP/IBM เขาจะประกอบเครื่อง QC เรียบร้อย อยู่ในกล่องครบทุกชิ้น ก็จะมีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงทำให้ DELL ไม่มีทางที่จะส่งของให้คุณได้ภายใน 1 – 5 วัน เพราะของต้องประกอบใหม่หมด แล้วต้องส่งของข้ามประเทศมาอีกต่างหาก
    ข้อเสียของ DELL คงเป็นเรื่องของการซื้อ Option เพิ่ม เพราะแม้จะเริ่มขาย Module แบบที่ HP , IBM ทำคือการประกอบเครื่องสำเร็จขาย แต่สำหรับการหา Option แปลกๆเพิ่มในภายหลังจะยังทำได้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากยังคงไม่ได้แปะ Sticker บน Part Option ที่ขายเพิ่ม ทำให้ทุกครั้งที่ซื้อ Option จะต้อง Register ว่าได้ซื้อไปแล้ว ทำให้เวลาเพิ่มก็จะค่อนข้างวุ่นวายนิดนึง และอาจจะหา Option ยากเนื่องจากชิ้นเล็ก แล้วยังไม่หลากหลายใน Model ของ Server ที่ขายแบบประกอบเสร็จ ทำให้ Stock สินค้าประเภท Option ยังน้อยอยู่
    เรื่อง Warranty แต่ก่อนนั้น DELL ขายตรง ก็จะ Warranty ตามสินค้าที่ออกจากโรงงานเป็นหลัก แต่ในปี 2013 เป็นต้นมา DELL ได้ขายผ่าน Dealer ซึ่งก็ได้แก้ปัญหาตรงนี้เรียบร้อย ด้วยกานับตาม Invoice ของ Dealer ที่ได้รับการรับของนั้นเอง

    วันนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อน แล้วจะมาเขียน Brand อื่นๆให้ท่านได้รับทราบกันต่อไปว่า ข้อมูลที่เรามีนั้นเป็นอย่างไรสำหรับแต่ละ Brand Server ในเมืองไทย

    บทความเปรียบเทียบ เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว จากประสบการณ์ที่ได้พบเจอ ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างจากบางคนได้

    http://www.2beshop.com/



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories