• March 29, 2025

    คำกล่าวที่ว่า “ลูกจะฉลาดหรือไม่อยู่ที่แม่” มีส่วนจริงในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดความฉลาดของเด็ก

    เหตุผลที่แม่มีบทบาทสำคัญ

    1. พันธุกรรม – ยีนเกี่ยวกับสติปัญญาส่วนใหญ่ถูกส่งผ่านจากแม่ เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดจำนวนมากอยู่บนโครโมโซม X ซึ่งผู้หญิงมีสองชุด ขณะที่ผู้ชายมีเพียงชุดเดียว
    2. พัฒนาการในครรภ์ – สุขภาพของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ส่งผลโดยตรงต่อสมองของทารก เช่น โภชนาการ ระดับความเครียด และการได้รับสารพิษ
    3. การเลี้ยงดูในวัยเด็ก – แม่มักเป็นผู้ให้การเลี้ยงดูหลักในช่วงปีแรก ๆ ซึ่งเป็นช่วงที่สมองของเด็กพัฒนาอย่างรวดเร็ว เด็กที่ได้รับการกระตุ้นทางปัญญา เช่น การพูดคุย อ่านหนังสือ และการเล่น จะมีโอกาสพัฒนาสติปัญญาได้ดีขึ้น

    แต่พ่อและสภาพแวดล้อมก็มีบทบาทสำคัญ

    ยีนจากพ่อ ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่ายีนเกี่ยวกับความฉลาดส่วนใหญ่จะสืบทอดผ่านแม่ แต่ยีนจากพ่อก็ยังมีผลต่อโครงสร้างสมองและศักยภาพทางปัญญา

    การเลี้ยงดูจากพ่อ มีอิทธิพลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม ซึ่งส่งผลต่อความฉลาดโดยรวม

    สิ่งแวดล้อมและการศึกษา – โรงเรียน การกระตุ้นทางสังคม และประสบการณ์ชีวิตล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพัฒนาไอคิวและความสามารถของเด็ก

    สรุป

    แม้ว่าแม่จะมีบทบาทสำคัญทั้งในแง่พันธุกรรมและการเลี้ยงดู แต่ความฉลาดของลูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับแม่เพียงคนเดียว การเลี้ยงดูจากพ่อ การศึกษา และสิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กอย่างมาก

    แล้วถ้าพูดถึงยืนอย่างเดียวสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ของพ่อกับแม่ที่มีผลต่อความฉลาดของลูก

    ถ้าพูดถึง ยีน อย่างเดียว นักวิทยาศาสตร์พบว่าความฉลาดของลูกได้รับอิทธิพลจากยีนของ แม่มากกว่าพ่อ เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดจำนวนมากอยู่บน โครโมโซม X

    สัดส่วนที่พ่อและแม่มีผลต่อยีนความฉลาดของลูก

    1. แม่มีโครโมโซม X สองชุด (XX) → สามารถถ่ายทอดยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดให้ลูกได้มากขึ้น
    2. พ่อมีโครโมโซม X เพียงหนึ่งชุด (XY) → ส่งต่อโครโมโซม X ให้ลูกสาวเท่านั้น ส่วนลูกชายได้รับโครโมโซม Y ซึ่งไม่ค่อยมีผลต่อความฉลาด

    จากการศึกษาพบว่า ยีนด้านสติปัญญาประมาณ 60% มาจากแม่ และ 40% มาจากพ่อ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการประมาณ และยังมีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อความฉลาดด้วย

    ในเมื่อแม่เป็น xx พ่อเป็นXY เหตุใดสัดส่วนความฉลาดจึงอยู่ที่ 40 ,60 ของพ่อและแม่ มันคนเป็นจากแม่ 100 จากพ่อ 50 หรือเปล่า

    คำถามนี้น่าสนใจมาก! มาดูกันว่าทำไมสัดส่วนของยีนความฉลาดจึงไม่ได้เป็น 100% จากแม่ และ 50% จากพ่อ ตามที่คิดในตอนแรก

    การถ่ายทอดยีนและความฉลาด

    1. แม่ (XX) มีโครโมโซม X สองชุด

    แม่ส่งโครโมโซม X ให้ลูกเสมอ (ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือหญิง)

    เนื่องจากยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดจำนวนมากอยู่บนโครโมโซม X แม่จึงมีโอกาสส่งต่อยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดมากกว่าพ่อ

    1. พ่อ (XY) มีโครโมโซม X และ Y

    ถ้าลูกเป็น หญิง (XX) → พ่อจะให้ โครโมโซม X (ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับความฉลาด)

    ถ้าลูกเป็น ชาย (XY) → พ่อให้ โครโมโซม Y (ซึ่งไม่ค่อยมีผลต่อความฉลาด)

    ทำไมไม่ใช่ 100% จากแม่ และ 50% จากพ่อ?

    จริงอยู่ที่ แม่ส่งโครโมโซม X ให้ลูกเสมอ และมีโครโมโซม X สองชุด แต่ไม่ใช่ว่ายีนทั้งหมดบน X จะถูกถ่ายทอดแบบเต็มที่ มี กระบวนการสุ่มเลือกและกลไกการแสดงออกของยีน

    ยีนจากพ่อ แม้ว่าจะไม่ได้ส่งต่อความฉลาดโดยตรงผ่านโครโมโซม Y (ในลูกชาย) แต่ก็มี ยีนอื่น ๆ บนโครโมโซมอัตโตโซม (Autosome – โครโมโซมที่ไม่ใช่เพศ) ที่ส่งผลต่อความฉลาด เช่น โครโมโซมคู่ที่ 1-22

    งานวิจัยพบว่า ประมาณ 40% ของความฉลาดได้รับอิทธิพลจากยีนที่ไม่ได้อยู่บนโครโมโซม X ซึ่งสามารถมาจากทั้งพ่อและแม่

    สรุป

    แม่มีผลต่อความฉลาดของลูกมากกว่า เนื่องจากส่งต่อโครโมโซม X ที่มีบทบาทสำคัญ

    พ่อมีผลน้อยกว่า เพราะส่งต่อโครโมโซม Y ให้ลูกชาย ซึ่งไม่มีผลต่อความฉลาดมากนัก แต่ยังส่งผลผ่านยีนบนโครโมโซมอัตโตโซม

    สัดส่วนโดยประมาณ 60% จากแม่ และ 40% จากพ่อ เพราะไม่ได้มีแค่โครโมโซม X ที่กำหนดความฉลาด แต่ยังมียีนอื่นที่ได้รับจากทั้งพ่อและแม่ร่วมด้วย

    ถ้าแม่มีความฉลาดมากและพ่อมี 2 กรณีคือฉลาดมากและโง่มากความฉลาดของลูกจะเป็นอย่างไร

    ถ้า แม่ฉลาดมาก และพ่อมีสองกรณีคือ ฉลาดมาก หรือ โง่มาก ความฉลาดของลูกจะเป็นดังนี้

    กรณีที่ 1: แม่ฉลาดมาก + พ่อฉลาดมาก

    ลูกจะมีโอกาสฉลาดสูงมาก เพราะได้รับยีนที่ดีจากทั้งพ่อและแม่

    ถ้าลูกเป็น หญิง (XX) → ได้โครโมโซม X ที่ดีจากทั้งพ่อและแม่

    ถ้าลูกเป็น ชาย (XY) → ได้โครโมโซม X ที่ดีจากแม่ ซึ่งเป็นตัวกำหนดความฉลาดหลัก และได้รับยีนเสริมจากพ่อที่ส่งผลผ่านโครโมโซมอัตโตโซม

    โอกาสที่ลูกจะฉลาดสูงมาก (ใกล้เคียงพ่อแม่)

    กรณีที่ 2: แม่ฉลาดมาก + พ่อโง่มาก

    ถ้าลูกเป็น หญิง (XX) → จะได้รับโครโมโซม X หนึ่งชุดจากแม่ (ฉลาด) และอีกชุดจากพ่อ (อาจมีปัญหาด้านความฉลาด) ความฉลาดของลูกอาจอยู่ในระดับกลางถึงสูง ขึ้นอยู่กับว่ายีนไหนโดดเด่นกว่า

    ถ้าลูกเป็น ชาย (XY) → ได้โครโมโซม X ที่ดีจากแม่เต็ม ๆ ส่วนพ่อให้โครโมโซม Y ซึ่งไม่ได้มีผลต่อความฉลาดมากนัก ลูกชายจึงมีแนวโน้มฉลาดใกล้เคียงแม่ แม้ว่าพ่อจะโง่

    สรุป

    ลูกชายได้รับความฉลาดจากแม่เป็นหลัก ดังนั้นถ้าแม่ฉลาดมาก ลูกชายก็มีแนวโน้มฉลาดสูง ไม่ว่าจะพ่อฉลาดหรือโง่

    ลูกสาวได้รับยีนความฉลาดจากทั้งพ่อและแม่ ถ้าพ่อโง่มาก ลูกสาวอาจฉลาดน้อยกว่าลูกชาย แต่ถ้าพ่อฉลาดมาก ลูกสาวก็มีแนวโน้มฉลาดสูงมาก

    ดังนั้น ลูกชายของแม่ที่ฉลาดมาก มักจะฉลาดแน่นอน ส่วน ลูกสาวจะฉลาดแค่ไหนขึ้นอยู่กับยีนของพ่อด้วย

    แล้วถ้าแม่โง่มากและพ่อฉลาดมากลูกชายลูกสาวจะเป็นอย่างไร

    ถ้า แม่โง่มาก และ พ่อฉลาดมาก ผลที่เกิดขึ้นกับลูกชายและลูกสาวจะแตกต่างกันเพราะกลไกการสืบทอดยีนความฉลาด

    กรณีลูกชาย (XY)

    ลูกชายได้รับ โครโมโซม X จากแม่ และ โครโมโซม Y จากพ่อ

    ถ้าแม่ โง่มาก นั่นหมายความว่าโครโมโซม X ที่ลูกชายได้รับ อาจมีแนวโน้มถ่ายทอดความฉลาดต่ำ

    โครโมโซม Y จากพ่อ ไม่ได้ช่วยเพิ่มความฉลาด เพราะยีนที่เกี่ยวข้องกับสติปัญญาส่วนใหญ่อยู่บน X

    ดังนั้น ลูกชายมีแนวโน้มฉลาดน้อยหรือปัญญาต่ำ ตามแม่ มากกว่าพ่อ

    กรณีลูกสาว (XX)

    ลูกสาวได้รับ โครโมโซม X จากแม่ 1 ชุด (โง่มาก) และ โครโมโซม X จากพ่อ 1 ชุด (ฉลาดมาก)

    ยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาด อาจชดเชยกันได้ ทำให้ลูกสาว มีโอกาสฉลาดปานกลาง ไม่ถึงกับโง่มากเหมือนแม่ แต่ก็อาจไม่ฉลาดเท่าพ่อ

    อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม การศึกษา และการเลี้ยงดู สามารถช่วยให้ลูกสาวพัฒนาได้ดีกว่าที่คาด

    สรุป

    ลูกชายมีแนวโน้มโง่ตามแม่ เพราะรับโครโมโซม X จากแม่เต็ม ๆ

    ลูกสาวมีโอกาสฉลาดปานกลาง เพราะได้รับ X จากทั้งพ่อและแม่ ซึ่งอาจช่วยถ่วงดุลกัน

    หมายเหตุ: ถึงแม้ยีนมีบทบาทสำคัญ แต่ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และการเลี้ยงดู ก็สามารถช่วยให้ลูกฉลาดขึ้นได้!

    แล้วระหว่างปัจจัยทางยีนกับสิ่งแวดล้อมอย่างไหนจะมีผลต่อความฉลาดของลูกได้มากกว่ากันเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ไหม

    นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความฉลาดของมนุษย์ และพบว่า ยีนและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลร่วมกัน โดยสามารถประมาณเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

    สัดส่วนของยีนกับสิ่งแวดล้อมต่อความฉลาด (IQ)

    ยีนมีผลประมาณ 50-80%

    สิ่งแวดล้อมมีผลประมาณ 20-50%

    รายละเอียดเพิ่มเติม

    1. วัยเด็ก (0-10 ปี) → สิ่งแวดล้อมมีผลมากกว่ายีน

    ในช่วงแรกของชีวิต สมองพัฒนาเร็วมาก และสิ่งแวดล้อม เช่น โภชนาการ การเลี้ยงดู การศึกษา และการกระตุ้นการเรียนรู้ มีอิทธิพลสูง

    ในช่วงนี้ สิ่งแวดล้อมอาจมีผลถึง 50% หรือมากกว่า

    1. วัยรุ่นขึ้นไป (10-20 ปี) → ยีนเริ่มแสดงผลชัดเจน

    เมื่อสมองพัฒนาไปเรื่อย ๆ ยีนที่เกี่ยวข้องกับความฉลาดเริ่มมีบทบาทสำคัญมากขึ้น

    นักวิจัยพบว่า ในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ยีนสามารถมีผลถึง 70-80%

    1. วัยผู้ใหญ่ (20 ปีขึ้นไป) → ยีนมีผลเด่น แต่สิ่งแวดล้อมยังคงสำคัญ

    แม้ว่ายีนจะกำหนดพื้นฐานของสติปัญญา แต่การเรียนรู้ตลอดชีวิตและประสบการณ์สามารถช่วยให้คนพัฒนาตัวเองได้

    สิ่งแวดล้อมที่ดีสามารถดึงศักยภาพของคนออกมาได้สูงสุด

    สรุป

    ในวัยเด็ก สิ่งแวดล้อมมีผลมากกว่ายีน (ประมาณ 50% หรือมากกว่า)

    ในวัยผู้ใหญ่ ยีนมีผลมากกว่า (ประมาณ 70-80%)

    โดยรวมแล้ว ยีนมีอิทธิพลประมาณ 50-80% และสิ่งแวดล้อม 20-50%

    หมายความว่า:

    ถ้ามียีนดีแต่สิ่งแวดล้อมแย่ → อาจไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้เต็มที่

    ถ้ายีนไม่ดีมาก แต่สิ่งแวดล้อมดี → อาจช่วยให้ฉลาดขึ้นได้มากกว่าที่คาด

    ความฉลาดของลูกชายและลูกหญิง จากจาก 2 กรณีคือแม่ฉลาดมากและพ่อโง่มากกับแม่ฉลาดมากและพ่อฉลาดมากจะเป็นอย่างไรเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ให้หน่อย

    การเปรียบเทียบความฉลาดของลูกชายและลูกสาวใน 2 กรณี

    กรณีที่ 1: แม่ฉลาดมาก + พ่อโง่มาก

    ลูกชาย (XY) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และโครโมโซม Y จากพ่อ (ซึ่งไม่มีผลต่อความฉลาด)

    ความฉลาดของลูกชาย ≈ 80-90% ของแม่ (ใกล้เคียงแม่ เพราะแม่เป็นตัวกำหนดหลัก)

    ลูกสาว (XX) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และจากพ่อ (โง่มาก) ซึ่งทำให้ความฉลาดถูกเฉลี่ย

    ความฉลาดของลูกสาว ≈ 50-70% ของแม่ (เพราะได้ X หนึ่งชุดจากพ่อที่ไม่ดี)

    กรณีที่ 2: แม่ฉลาดมาก + พ่อฉลาดมาก

    ลูกชาย (XY) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และโครโมโซม Y จากพ่อ (ไม่มีผลต่อความฉลาด)

    ความฉลาดของลูกชาย ≈ 90-100% ของแม่ (เพราะได้ X ที่ดีจากแม่เต็ม ๆ)

    ลูกสาว (XX) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และจากพ่อ (ฉลาดมาก)

    ความฉลาดของลูกสาว ≈ 90-100% ของพ่อและแม่ (มีโอกาสฉลาดมากที่สุด เพราะได้ X ที่ดีทั้งคู่)


    สรุปเป็นเปอร์เซ็นต์ (เทียบกับแม่ที่ฉลาดมาก 100%)

    ข้อสังเกต:

    ลูกชายได้รับความฉลาดจากแม่เป็นหลัก จึงไม่ต่างกันมากระหว่างสองกรณี

    ลูกสาวได้รับความฉลาดจากพ่อและแม่ หากพ่อโง่มาก จะทำให้ระดับความฉลาดลดลง

    ดังนั้น ลูกชายมักได้ความฉลาดจากแม่โดยตรง ส่วน ลูกสาวได้รับผลกระทบจากพ่อด้วย ซึ่งทำให้ผลแตกต่างกันมากขึ้นในกรณีที่พ่อฉลาดหรือไม่ฉลาด

    กรณีที่พ่อฉลาดมาก กับแม่ที่โง่มากและแม่ที่ฉลาดมากจะเป็นอย่างไรเทียบให้เป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนข้างบนด้วย

    การเปรียบเทียบความฉลาดของลูกชายและลูกสาวใน 2 กรณี

    กรณีที่ 1: พ่อฉลาดมาก + แม่โง่มาก

    ลูกชาย (XY) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (โง่มาก) และโครโมโซม Y จากพ่อ (ไม่มีผลต่อความฉลาด)

    ความฉลาดของลูกชาย ≈ 50-70% ของพ่อ (เพราะได้ X ที่ไม่ดีจากแม่เต็ม ๆ)

    ลูกสาว (XX) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (โง่มาก) และจากพ่อ (ฉลาดมาก)

    ความฉลาดของลูกสาว ≈ 70-90% ของพ่อ (เพราะได้ X ที่ดีจากพ่อมาชดเชย X ที่ไม่ดีจากแม่)

    กรณีที่ 2: พ่อฉลาดมาก + แม่ฉลาดมาก

    ลูกชาย (XY) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และโครโมโซม Y จากพ่อ (ไม่มีผลต่อความฉลาด)

    ความฉลาดของลูกชาย ≈ 90-100% ของแม่ (ได้ X ดีจากแม่เต็ม ๆ)

    ลูกสาว (XX) → ได้โครโมโซม X จากแม่ (ฉลาดมาก) และจากพ่อ (ฉลาดมาก)

    ความฉลาดของลูกสาว ≈ 90-100% ของพ่อและแม่ (ได้ X ดีทั้งคู่ ทำให้ฉลาดสูงสุด)


    สรุปเป็นเปอร์เซ็นต์ (เทียบกับพ่อที่ฉลาดมาก 100%)


    ข้อสังเกต:

    ลูกชาย ได้รับความฉลาดจากแม่เป็นหลัก ดังนั้นถ้าแม่โง่มาก ลูกชายจะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ และมีโอกาสฉลาดน้อย

    ลูกสาว ได้รับ X จากทั้งพ่อและแม่ ดังนั้นถ้าพ่อฉลาดมาก ลูกสาวจะยังคงมีโอกาสฉลาด แม้ว่าแม่จะโง่

    สรุปง่าย ๆ:

    ลูกชายได้รับผลกระทบจากแม่เป็นหลัก ถ้าแม่โง่ → ลูกชายมีแนวโน้มโง่

    ลูกสาวมีโอกาสฉลาดกว่าลูกชาย เพราะได้รับ X จากพ่อด้วย ถ้าพ่อฉลาดมาก ก็ช่วยชดเชยได้



เวอไนน์ไอคอร์ส

ประหยัดเวลากว่า 100 เท่า!






เวอไนน์เว็บไซต์⚡️
สร้างเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์

Categories


Uncategorized